กุมารแพทย์

กุมารแพทย์

1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน

สถานที่ทำงาน

สถานที่ทำงานหลักคือโรงพยาบาล เช่น คลินิกผู้ป่วยนอกเด็กทั่วไป คลินิกดูแลสุขภาพเด็กต่อเนื่อง คลินิกเฉพาะโรค และการดูแลผู้ป่วยในที่รับไว้รักษาตัวใน รพ.

สถานที่ทำงานอื่นๆที่หลายคนอาจไม่รู้ เช่น สถานรับเลี้ยงเด็ก (ตรวจประเมินคุณภาพการบริหารจัดการภายใน nursery และติดตามพัฒนาการเด็กที่มีปัญหา), งานอนามัยโรงเรียน (ตรวจสุขภาพนักเรียน ให้ความช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาการเรียนรวมทั้งปัญหาพฤติกรรม), มูลนิธิเด็กกำพร้า (ตรวจสุขภาพ ประเมินความพร้อมและให้คำแนะนำเด็กและผู้ปกครองที่ต้องการรับบุตรบุญธรรม), สถานคุมประพฤติเด็กที่ทำความผิดทางกฎหมาย(ตรวจสุขภาพ ประเมินและให้ความช่วยเหลือปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งครรภ์ ปัญหาพฤติกรรม), กระทรวงสาธารณสุข (วางนโยบายสุขภาพ การจัดการงบประมาณ นโยบายการให้วัคซีน การจัดการปัญหาโรคระบาด ฯลฯ)

สภาพการทำงาน

งานส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคาร ยกเว้นการออกเยี่ยมบ้านและสำรวจอนามัยชุมชน ที่อาจต้องออกนอกอาคารบ้าง การทำงานคล้ายกับสาขาอื่นๆคือเริ่มงานตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น และทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่ถ้าโรงพยาบาลมีหมอเด็กหลายคนก็อาจผลัดกันหยุดได้บ้าง จำนวนเวรกลางคืนก็ขึ้นกับจำนวนหมอเด็กในแต่ละโรงพยาบาลเช่นกัน ลักษณะงานคือดูแลผู้ป่วยเด็กทั้งหมดตั้งแต่การรับเด็กแรกคลอดจนถึงการดูแลเด็กวัยรุ่นก่อนส่งต่อให้กับแผนกอายุรกรรมต่อไป อาจตัดกันที่อายุ 15 ปีหรือ 18 ปีแล้วแต่โรงพยาบาล

ประเภทของลูกค้า

จุดเด่นของหมอเด็กคือเรามีโอกาสได้ดูแลเด็กทุกคน ทั้งเด็กที่ป่วยและไม่ป่วย และโดยมากผู้ปกครองก็มักนิยมพาเด็กมาติดตามอาการ การเจริญเติบโต พัฒนาการ และฉีดวัคซีนตามช่วงวัยกับหมอเด็กคนเดิมจนเด็กโต จึงทำให้เราได้มีโอกาสดูแลเด็กแต่ละคนอย่างต่อเนื่อง  เราจึงรู้จักผู้ป่วยของตนเองเป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันหมอเด็กก็ต้องเป็นคนละเอียดและใจเย็น เพราะเราถูกสอนมาให้ดูแลเด็กทุกคนแบบองค์รวม เช่นเด็กคนนึงมาหาเราด้วยไข้หวัด นอกจากเราจะรักษาไข้หวัดแล้ว เรายังต้องประเมินสุขภาพและปัญหาอื่นๆของเด็กด้วยทุกครั้ง เช่น เด็กมีน้ำหนักส่วนสูงและมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ภาวะโภชนาการเป็นอย่างไร ได้รับวัคซีนครบถ้วนตามเกณฑ์หรือยัง นอกจากนั้นเรายังต้องให้คำแนะนำผู้ปกครองในการเลี้ยงลูกในแต่ละวัย คัดกรองปัญหาพฤติกรรมตามช่วงวัยและให้คำแนะนำผู้ปกครองในการจัดการกับปัญหาพฤติกรรมนั้นๆอย่างเหมาะสม จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราจะใช้เวลาในการตรวจนานกว่าหมอสาขาอื่นๆ แต่โชคดีที่โดยสัดส่วนประชากรแล้วเด็กยังมีจำนวนน้อยกว่าผู้ใหญ่มาก เราจึงมีเวลามากพอที่จะลงรายละเอียดเหล่านี้ได้

อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับอาชีพ/ตำแหน่งงานใดบ้าง

พยาบาล เภสัชกร นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ นักกายภาพบำบัด ตำรวจ ครู

2. คุณลักษณะของงาน

เป้าหมายของงาน/โจทย์ใหญ่ของงาน/ความท้าทายของงาน

เป้าหมายการทำงานของหมอเด็ก คือทำให้เด็กทุกคนมีสุขภาพดี มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย รวมถึงให้ความรู้กับผู้ปกครองให้ทราบถึงวิธีการเลี้ยงเด็กที่ถูกต้อง ให้ผู้ปกครองและครูสามารถจัดการกับปัญหาการเรียนและปัญหาพฤติกรรมของบุตรและนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนช่วยคัดกรองความเสี่ยงในการเกิดปัญหาพฤติกรรม การเกิดอุบัติเหตุ การใช้สารเสพติด และการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร และให้ความรู้ตลอดจนจัดการกับความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างเหมาะสม

Work process

ทุกครั้งที่ผู้ปกครองพาเด็กมาตรวจเราคงต้องเริ่มจากอาการสำคัญว่าผู้ปกครองพาเด็กมาเพราะอะไร ทำการซักประวัติและตรวจร่างกายเพิ่มเติม ก่อนส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสม เมื่อเราจัดการกับปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ปกครองพาเด็กมาโรงพยาบาลได้แล้ว เราก็ยังต้องทำการซักถามเพิ่มเติมเพื่อประเมินการเจริญเติบโต พัฒนาการ ภาวะโภชนาการ และการได้รับวัคซีนของเด็ก ตลอดจนช่วยไขปัญหาการเลี้ยงดูเด็กและจัดการกับปัญหาพฤติกรรมของเด็กให้แก่ผู้ปกครองจนเกิดความมั่นใจในการกลับไปดูแลเด็กต่อไปตามแต่ละช่วงวัยอีกด้วย

Career path/ความก้าวหน้าของสายอาชีพ

เรียนแพทยศาสตร์บัณฑิต6 ปี ไปใช้ทุนโดยการเป็นแพทย์เพิ่มพูนทักษะก่อน 3 ปี แล้วกลับมาเรียนต่อวุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์อีก 3 ปี ก่อนจบเป็นหมอเด็กทั่วไป ถ้ารับทุนมาก็อาจต้องกลับไปทำงานก่อนอีก 1-2 ปี แล้วจึงกลับมาเรียนต่อเป็นหมอเด็กเฉพาะสาขาอีก 2 ปี เช่นเป็นหมอเด็กโรคหัวใจหรือหมอเด็กโรคทางเดินหายใจ เป็นต้น หลังจากนั้นก็อาจทำงานเป็นหมอเด็กเฉพาะสาขา หรือบางคนก็เปลี่ยนไปทำงานเป็นที่ปรึกษาตามสถานรับเลี้ยงเด็ก โรงเรียน มูลนิธิหรือเป็นคณะกรรมการในองค์กรต่างๆที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กครับ

บุคลิก นิสัยของคนที่เหมาะจะทำอาชีพนี้

เป็นคนรักความเป็นเด็ก ใจเย็น และมีความละเอียดรอบคอบ เพราะเด็กมักจะอยู่เหนือความคาดหมาย อีกทั้งการตรวจร่างกายเด็กก็ทำได้ยาก เพราะเราคงไม่สามารถบังคับให้เด็กร่วมมือในการตรวจได้เหมือนผู้ใหญ่ หมอเด็กจึงต้องใจเย็นและเรียนรู้วิธีที่จะจัดการกับเด็กแต่ละคนซึ่งล้วนแตกต่างกัน

3. คุณค่าและผลตอบแทน

ผลตอบแทน

เงินเดือน ค่าเวร ค่าตรวจ รายได้มากน้อยขึ้นกับความขยัน แต่ก็สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้

สิ่งที่ต้องสูญเสีย

เวลาส่วนตัว แต่ก็เชื่อว่าไม่แตกต่างจากหมอสาขาอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำงานหนัก เริ่มงานตั้งแต่เช้าเลิกงานเย็น และยังต้องอยู่เวรข้ามคืน วันรุ่งขึ้นก็เริ่มงานแต่เช้าเหมือนเดิมโดยไม่ได้มีช่วงพัก ทั้งยังทำงานเกือบทุกวันในสัปดาห์ ไม่เว้นวันเสาร์อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ แต่เมื่อได้เห็นเด็กในความดูแลของเราหายจากโรค และมีสุขภาพแข็งแรงจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จตามที่เด็กแต่ละคนได้ตั้งความหวังไว้ เราก็หายเหนื่อย

คุณค่าของอาชีพนี้ต่อคนรอบข้างและสังคม 

  1. ความภาคภูมิใจที่ได้เห็นผู้ป่วยเด็กหายจากโรคทางกาย มีสุขภาพจิตที่ดี มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการสมวัย และสามารถผ่านความเสี่ยงของปัญหาพฤติกรรมตามช่วงวัย จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นบุคลากรคุณภาพของสังคมต่อไป
  2. ช่วยคลายความวิตกกังวลให้พ่อแม่ โดยการเป็นที่ปรึกษาช่วยแนะนำการเลี้ยงลูกอย่างถูกวิธี

4. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ

วิชาที่เรียนเยอะมาก ทั้งเรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับเด็ก ทั้งโรคทางกาย ปัญหาทางจิตใจ รวมถึงปัญหาด้านพฤติกรรมและสังคม

ทักษะทางภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญเพราะหนังสือส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษและต้องใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆระหว่างหมอเด็กในแต่ละประเทศอยู่เสมอ  ทักษะทางสถิติเพื่อใช้ในการศึกษาวิจัย ทักษะด้านคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการทำงานนำเสนอต่างๆ

5. เครื่องมือที่ใช้ในอาชีพนั้น

Stethoscope เพื่อใช้ในการตรวจร่างกาย  คอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการค้นคว้าและติดตามความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ อุปกรณ์พิเศษที่หมอเด็กต้องมีแตกต่างจากหมออื่นๆคือของเล่นเด็ก เพื่อใช้ในการตรวจประเมินพัฒนาการของเด็กตามแต่ละช่วงวัย

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม OPENWORLD ปี พ.ศ. 2558