นักเขียนการ์ตูน

นักเขียนการ์ตูน

1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน

สถานที่ทำงาน

นักเขียนการ์ตูนอาจทำงานในสถานที่ทำงาน สำนักพิมพ์ หรือสตูดิโอ เพื่อสร้างสรรค์งานตามที่ผู้ว่าจ้างต้องการ ซึ่งต้องนำเสนอรูปแบบของงานต่างๆ มากกว่า 1 ชิ้นงาน แต่นักเขียนการ์ตูนที่มีชื่อเสียง หรือ รับจ้างงานในระบบอิสระ สามารถสร้างผลงานอยู่ที่บ้าน หรือตามสถานที่ต่างๆที่ใดก็ได้ ซึ่งแต่ละที่สามารถให้แรงบันดาลใจที่แตกต่างกันตามความต้องการของศิลปินแล้วนำผลงานไปเสนอขายหรือได้รับการว่าจ้างจากผู้จัดพิมพ์ หรือผู้ผลิต โดยต้องใช้สมาธิในการทำงานสูง มีความตั้งใจที่แน่วแน่ และทำงานเสร็จตามกำหนดเวลาที่ได้วางไว้ 

สภาพการทำงาน

นักเขียนการ์ตูนเป็นงานที่ต้องแข่งกับตัวเองเพราะงานที่ทำส่วนใหญ่นั้นต้องทำคนเดียว สร้างสรรค์ผลงานจากแรงบันดาลใจโดยมีระยะเวลาการส่งงานเป็นตัวกำหนดการเสร็จสิ้นของผลงาน ในบางครั้งอาจต้องใช้เวลาในการหาแรงบันดาลใจค่อนข้างนาน หรือในบางทีสามารถทำผลงานออกมาได้ในเวลาที่รวดเร็ว แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องจัดสรรเวลาและทำผลงานออกมาให้เสร็จสิ้นตามเวลาที่ทางสำนักพิมพ์หรือผู้ว่าจ้างได้กำหนดเวลาไว้  ในเรื่องความกดดันของเพื่อนร่วมวงการเดียวกันนั้น ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของเรา หากสไตล์การวาดการ์ตูนหรือวิธีการนำเสนอนั้นไม่เหมือนใคร และชัดเจนกับงานมาก ความกังวลในเรื่องของคู่แข่งอาจจะไม่มากเท่าไรนัก เพราะถึงแม้ปัจจุบันจะมีคนสนใจในงานเขียนการ์ตูนมากขึ้น  แต่การเขียนการ์ตูนก็เป็นศิลปะแขนงหนึ่งที่ผู้ชมจะเลือกผลงานตามความชอบและไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

ประเภทของลูกค้า

กลุ่มของลูกค้านั้นขึ้นอยู่กับสไตล์ในการเขียน เนื้อเรื่อง และ วิธีการเล่าเรื่องของเรา โดยจะมีตั้งแต่ 3 – 40 ปี แต่จะมากที่สุดในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเนื้อเรื่องนั้นไม่ได้จำกัดแค่ความน่ารักเหมาะสมกับความเป็นการ์ตูนเท่านั้น เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้ตามใจชอบ ซึ่งกลุ่มเป้าหมายของลูกค้าก็คือคนที่ชอบสไตล์งานของเรา ยิ่งเราชัดเจนกับการทำงานมากเท่าไร ก็จะเป็นเอกลักษณ์และลายเซ็นต์ของเรา หากลูกค้ามีความชอบวิธีการนำเสนอของเรา ก็จะติดตามผลงานของเราที่ออกมาเสมอ    

อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับอาชีพ/ตำแหน่งงานใดบ้าง

งานนักเขียนการ์ตูนเป็นงานส่วนบุคคลที่ต้องลงมือทำเองอย่างน้อย 70 เปอเซนท์ของงาน โดยจะมีผู้ว่าจ้าง ซึ่งแล้วแต่งานว่านายจ้างของเราคือใคร ถ้าเป็นนักเขียนการ์ตูนที่มีผลงานเป็นรูปเล่ม หรือ คอลัมน์ในหนังสือ ก็จะมีนายจ้างเป็นสำนักพิมพ์และกองบรรณาธิการ ที่จะเป็นคนกำหนดโจทย์และระยะเวลาการทำงานของเรา และในบางครั้งเราอาจได้รับงานเสริมที่มาจากคาแรคเตอร์ของตัวการ์ตูนของเรา นอกเหนือจากงานหนังสือแล้ว ยังสามารถเป้นงานสื่อในการโฆษณารณรงค์โครงการ หรือประชาสัมพันธ์เพื่อรับใช้ชุมชน และสังคม ใช้เป็นสื่อทางพาณิชย์ หรือใช้เป็นสื่อสำหรับเรื่องราวที่อ่านเพลิดเพลินได้ทั้งเด็กผู้ใหญ่ และใช้ ส่งเสริมพัฒนาทักษะการอ่านของเด็ก และเยาวชน และในบางครั้งงานการ์ตูนก็ยังได้รับการถ่ายทอดลงบนฟิล์มภาพยนตร์ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ช่วยทำงานในส่วนที่ต้องมี รายละเอียด ซึ่งมีขั้นตอนหลายมิติ ตามกระบวนการผลิตและการถ่ายทำช่วยทำให้ภาพการ์ตูนเคลื่อนไหวเหมือนจริงและสวยงามมากขึ้น หรือที่เรียกว่าภาพเอนิเมชั่น  ซึ่งในการผลิตภาพยนตร์การ์ตูนต้องการนักวาดการ์ตูนมากขึ้น คือใช้ภาพประมาณ 16 – 24 ภาพในแต่ละท่วงท่าของการเคลื่อนไหว หรือปรับให้ทันสมัย ใช้เป็นต้นแบบประกอบในการวาดการ์ตูนการเล่นทางคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ต ซึ่งขั้นตอนนอกเหนือจากการวาดและคิดเรื่องราวนั้นทางผู้ว่าจ้างจะนำการ์ตูนของเราไปทำในเทคนิคใดๆต่อ ก็เป็นงานที่ผู้ว่าจ้างต้องส่งต่องานไปยังผู้ที่ชำนาญการด้านนั้นๆ 

2. คุณลักษณะของงาน

เป้าหมายของงาน/โจทย์ใหญ่ของงาน/ความท้าทายของงาน

ความท้าทายของงานคือการต่อสู้กับตัวเอง  ต้องขยันทำงานและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆอยู่เสมอ เพื่อให้ได้ผลงานที่น่าพอใจทั้งตัวเราเองและผู้ที่อ่านงานของเรา ซึ่งงานนักเขียนการ์ตูนนั้นถือว่าเป็นงานออกแบบอีกชนิดหนึ่งโดยใช้การ์ตูนลายเส้นเป็นตัวเล่าสิ่งที่เราอยากจะสื่อสารออกไปให้กับคนอ่านรับสารที่เราสื่อให้ได้มากที่สุดอย่างน้อยก็ได้ความบันเทิง ทำให้ผู้อ่านลืมเรื่องว้าวุ่นใจไปได้ช่วงหนึ่งให้การ์ตูนเป็นเหมือนแหล่งพักผ่อนบนกระดาษในช่วงเวลาสั้น  หรือหากจะได้ผลไปกว่านั้นคือการที่งานของเราสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างในตัวผู้อ่าน หรือสังคมไปในทางที่ดีได้ 

Work process

  1. จะเริ่มจากการรับโจทย์ว่าในการทำงานครั้งนี้เราต้องทำงานออกมาในรูปแบบไหน มีโจทย์ concept หรือ ผู้ว่าจ้างต้องการงานออกมาแบบใด 
  2. นำโจทย์ที่ได้มาคิดต่อ โดยนำมาปรับและทำให้เข้ากับสไตล์งานของเรา ไม่ว่ารูปแบบงานหรือโจทย์ที่ได้รับมาจะเป็นอย่างไรก็ตาม หากเรามีแนวทางในการทำงานที่ชัดเจนแล้วนั้น เราก็จะมีวิธีการคิด และวิธีการทำงานที่ชัดเจนออกมาในแบบของตัวเอง 
  3. เมื่อได้ไอเดียในการทำชิ้นงานนั้นแล้ว ก็เริ่มลงมือวาดสตอรี่ ขั้นตอนนี้แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนเลย บางคนอาจจะเริ่มจากการวาดด้วยดินสอในกระดาษ หรือบางคนอาจจะวาดในโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ไปจนถึงการลงสีก็เช่นกัน  
  4. วางเนื้อเรื่องกับภาพเข้าด้วยกัน แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนอีกเช่นกันว่าจะมีการวางเรื่องและภาพอย่างไร 
  5. เมื่อทำขั้นตอนการวาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะจัดส่งให้กับนายจ้าง หรือ สำนักพิมพ์ เพื่อเข้ากระบวณการตีพิมพ์ต่อไป โดยสำนักพิมพ์จะเป็นดูแลในขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะออกมาเป็นหนังสือให้ 
  6. หรือแม้แต่การว่าจ้างในสื่ออื่นๆนอกเหนือจากหนังสือแล้ว ขึ้นตอนต่างๆที่นอกเหนือจากการวาดและคิดสตอรี่ก็เป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างที่จะนำไปทำต่อ 

Career path/ความก้าวหน้าของสายอาชีพ

ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้ามาก ทำให้คนนิยมอ่านหนังสือกันน้อยลงและหันมาใช้สื่อออนไลน์กันมากขึ้นเพราะสะดวกและประหยัด นักเขียนการ์ตูนหลายคนจึงใช้สื่อนี้ให้เป็นประโยชน์โดยการนำเสนอผลงานต่างๆผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คในหลายๆรูปแบบ ทั้ง เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม บล็อก และเว็บไซต์ต่างๆ เพราะฉะนั้นอาชีพนักเขียนการ์ตูนนอกจากจะทำผลงานออกมาให้ดีที่สุดแล้ว ยังต้องติดตามและอัพเดทตัวองให้ทันโลกอยู่เสมอ เพราะเป็นอาชีพที่ต้องเกาะกระแสความนิยมของโลก ทั้งในเรื่องของเนื้อหา วิธีการเล่าเรื่อง และ วิธีการส่งต่อข้อมูลหรือการเผยแพร่ ส่วนหนึ่งคือ กลุ่มเป้าหมายของผู้ที่อ่านการ์ตูนนั้นเป็นกลุ่มวัยรุ่น ที่เป็นวัยที่ก้าวทันกระแสอยู่เสมอ เราจึงต้องมีการอัพเดทตัวเองเพื่อให้ผลงานของตนยังอยู่ในกระแสหรือยังคงความนิยมอยู่ได้เสมอ  การทำผลงานออกมาให้ชัดเจนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลงานของนักเขียนยังคงอยู่ไม่ว่ากระแสของโลกจะเป็นอย่างไร หากสไตล์งานของเราเป็นที่รู้จัก และเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มผู้อ่านแล้ว เราเพียงแต่รักษามาตรฐานและพัฒนางานให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ผลงานของเราก็จะยังคงเป็นที่นิยมอยู่ได้เสมอ และยาวนาน และเราควรต่อยอดงานของเราไปเรื่อยๆ เช่นการสร้างตัวการ์ตูนที่มีคาแรคเตอร์ ที่น่าสนใจก็จะสามารถนำผลงานไปสร้างเป็นชิ้นงานแบบอื่นๆนอกเหนือจากการเป็นเพียงนักสือการ์ตูนได้ 

บุคลิก นิสัยของคนที่เหมาะจะทำอาชีพนี้

  1. มีใจรักงานวาดการ์ตูน มีจินตนาการ 
  2. มีทักษะและฝีมือในการสร้างสรรค์ลายเส้นการ์ตูน
  3. มีความเพียร อดทน ความขยัน ซื่อสัตย์ ต่อตนเองและเวลา
  4. เข้าใจสภาพเงื่อนไขทางธุรกิจ
  5. เป็นคนสนใจใฝ่หาความรู้ทางด้านศิลปะ ไม่หยุดนิ่ง และช่างสังเกต 
  6. มีความคิดเป็นของตัวเอง มีวิธีการเล่าเรื่องที่เป็นตัวเองและน่าสนใจ

3. คุณค่าและผลตอบแทน

ผลตอบแทน

งานนักเขียนการ์ตูน ส่วนมากจะได้รับเงินเหมาเป็นเรื่องและค่าตอบแทนเป็นแบบซื้อลิขสิทธ์ เงินจากการพิมพ์หนังสือการ์ตูนขายเอง หรือจากส่วนแบ่งจากยอดขายจากสำนักพิมพ์ที่นำการ์ตูนไปพิมพ์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปแล้วแต่ชื่อเสียงและผลงานที่ผ่านมา ซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แรกเริ่มที่ทำทุกๆคนไม่ได้มากไปกว่ากัน จะมาต่างกันในภายหลัง ถ้าหนังสือใครขายดี รายได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย งานเยอะขึ้น โอกาสต่างๆก็เข้ามาเรียกว่าได้ติดลมบนแล้วสบาย รายได้ขึ้นอยู่กับว่าเราทำเป็นพนักงานบริษัท หรือ อิสระ พนักงานก็ได้เงินเดือนและค่าต้นฉบับด้วยส่วนพวกอิสระจะได้ ค่าต้นฉบับบตามที่ส่ง รวมเล่มอย่างน้อย 10 % พิมพ์ซ้ำได้เพิ่มเติมอีก 10 % และยังสามารถรับงานเสริมจากที่อื่นได้อีก นักเขียนการ์ตูนมีการทำงานค่อนข้างเป็นอิสระ เพราะทำงานเป็นชิ้นหรือรับเหมาทั้งงาน และต้องทำงานให้เสร็จทันเวลาตามข้อตกลง 

คุณค่าของอาชีพนี้ต่อคนรอบข้างและสังคม 

งานเขียนการ์ตูนถือว่าเป็นงานสื่อ ผสมกับงานศิลปะ ในฐานะที่เราเป็นสื่อประเภทหนึ่งก็ต้องถ่ายทอดสิ่งที่เราต้องการจะบอกให้ผู้ที่รับสาร หรือผู้อ่านได้รับประโยชน์สูงสุดจากผลงานของเรา อย่างน้อยที่สุดคือการได้รับความบันเทิง เป็นช่องทางหนึ่งที่จะทำให้คนในสังคมได้ผ่อนคลาย แต่หากจะได้ผลมากกว่านั้นคือเมื่ออ่านแล้ว สามารถคิดต่อ ปรับปรุง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงตัวของผู้อ่านเอง ไปในทางที่ดีขึ้น บอกต่อถึงสิ่งที่ดีเหล่านั้นให้กับคนในสังคม มันก็เป็นเรื่องที่ถือว่าประสบความสำเร็จในการทำงานเป็นอย่างมาก

4. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ

  1. ทักษะความรู้ที่สำคัญที่สุดในการเป็นนักเขียนการ์ตูนนั้นก็คือ   ทักษะในการวาดรูป ซึ่งควรจะต้องมีพื้นฐานและมีเทคนิคในแบบเฉพาะตน นักเขียนการ์ตูนอาจจะไม่จำเป็นต้องวาดรูปสวยแต่ควรมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง และสามารถถ่ายทอดกับผู้อ่านได้ว่าสิ่งที่ตนวาดนั้นคืออะไร 
  2. มีความสามรถในการเล่าเรื่อง และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้อ่านรับรู้ถึงสิ่งที่เรากำลังสื่อสารได้ โดยเรื่องราวนั้นจะทำหน้าที่ตรงตามที่เราได้สื่อสารออกไป เช่น เรากำลังเล่าเรื่องตลก เรื่องเศร้า หรือ เรื่องน่าตื่นเต้น สิ่งที่ผู้อ่านได้รับก็ควรตรงกับสิ่งที่เราจะถ่ายทอดลงไป ในส่วนของเนื้อเรื่องก็ขึ้นอยู่กับสไตล์การทำงานของนักเขียนคนนั้นๆเช่นกัน ไม่มีข้อกำหนดที่ตายตัวว่าต้องเขียนออกมาในรูปแบบใด เพียงแต่สามารถสื่อสารและถ่ายทอดเนื้อหาได้ก็เพียงพอ  
  3. มีความสามารถในการจัดวางหน้ากระดาษ (Layout) ระหว่างภาพวาดของเรา และ เนื้อหาที่เราจะเล่านั้น สามารถนำมาจัดวางและผสมกันได้อย่างไรให้ออกมาน่าสนใจ น่าติดตามและเข้ากับเนื้อเรื่อง 
  4. ในปัจจุบันนักเขียนการ์ตูนควรมีความสามารถด้านเทคโนโลยีต่างๆ เพราะนอกเหนือจากการวาดภาพลงบนกระดาษแล้ว ยังมีเทคนิคอื่นๆ ที่นักเขียนควรศึกษาเพื่อให้ได้เทคนิคใหม่ๆ และวิธีการเล่าเรื่องใหม่ๆในการทำงาน และนอกจากนั้น สื่อยังช่วยในการโปรโมทผลงานของเราให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น จึงต้องรู้วิธีการโฆษณาผลงานของตัวเองผ่านสื่อต่างๆที่มีในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด

5. เครื่องมือที่ใช้ในอาชีพนั้น

อุปกรณ์เครื่องเขียนต่างๆทั้ง  ดินสอ ยางลบ ปากกา กระดาษ ซึ่งก็แล้วแต่เทคนิคของแต่ละคนว่าจะเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน  และในปัจจุบันยังมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง คือสามารถวาดและลงสีลงไปในคอมพิวเตอร์ได้เลย โดยอุปกรณ์เพิ่มเติมอาจจะต้องมี Macbook Imac หรือคอมพิวเตอร์แบบอื่นๆ ที่ตนเองถนัด Intous 5 wacom  และ Gpen สำหรับทำงานนอกสถานที่ ซึ่งคือคอมพิวเตอร์และเม้าส์ปากกาที่ไว้ใช้สำหรับวาดภาพและลงสีลงไปบนในโปรแกรม การหาเทคนิคใหม่ๆที่น่าสนใจ ทันสมัย และรวดเร็วก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญในการทำงานนักเขียนการ์ตูน เพื่อห้าสามารถทำงานเสร็จตรงตามเวลา และมีลูกเล่นในชิ้นงานที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นด้วย  

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ในปี พ.ศ. 2557