มัณฑนากร

มัณฑนากร

เป้าหมายสั้นๆ ของมัณฑนากรก็คือ การออกแบบ ตกแต่ง space ภายในให้ดี สวยงาม เหมาะกับฟังก์ชั่นและรสนิยมของผู้อยู่อาศัย

ขึ้นอยู่กับว่ามัณฑนากรคนนั้นจะเริ่มทำงานตั้งแต่ขั้นตอนไหน เพราะมัณฑนากรบางคนก็จะเริ่มงานคู่ไปกับสถาปนิกเลย รูปแบบนี้ก็จะเริ่มตั้งแต่ต้นดูตั้งแต่พื้นดินเปล่าๆ ดูไซต์ก่อน เราไปวัดหน้างาน เราไปดูบรรยากาศรอบๆ ดูconditionต่างๆที่จะต้องเอามาดีไซน์ แล้วออกแบบร่วมกับสถาปนิกซึ่งก็จะมีความสอดคล้องกันตั้งแต่เริ่ม

แต่มัณฑนากรบางคนก็อาจจะรับแค่งานในช่วงตกแต่งภายใน ก็จะทำเพียงแค่ออกแบบการตกแต่งภายในภายหลังจากที่โครงสร้างสร้างเสร็จแล้ว

ส่วนใหญ่มัณฑนากรจะทำงานร่วมกับสถาปนิก และภูมิสถาปนิก นอกจากนี้ก็จะเป็นบริษัทหรือร้านค้าต่างๆ ที่เราสั่งผลิตภัณฑ์ของเขามา

 

มัณฑนากรจะทำงานอยู่ในบริษัทสถาปนิกรับออกแบบหรือเปิดรับงานของตัวเองเป็นฟรีแลนซ์ นอกจากนี้ก็จะมีบ้างที่ประจำอยู่ในแผนก interior ของห้าง

ในหลายๆ ออฟฟิศก็จะมีชั่วโมงทำงานปกติ คือ เริ่มงานประมาณ 8-9 โมงเช้า และเลิกงาน 5-6 โมงเย็น แต่ก็อาจจะมีบางช่วงที่มันต้องส่งงานก็อาจจะต้องทำงานเกินเวลาไปบ้าง

 

บุคลิก นิสัยของคนที่น่าจะเหมาะกับการประกอบอาชีพนี้น่าจะต้องเป็นคนที่ชอบดูความเป็นไปของโลกนี้ ช่างสังเกต ดูแฟชั่น ดูเทรนด์ เพราะเทรนด์ของการออกแบบตกแต่งมันเคลื่อนไปอย่างรวดเร็ว มันจะเปลี่ยนไปตลอดเวลา เราก็ต้องรู้ว่าช่วงนี้สีไหนฮิต แฟชั่นเสื้อผ้าเป็นอย่างไร คือรู้หมด รู้เยอะก็ดี เพราะเราอยู่ติดกับชีวิตของคน

แล้วก็น่าจะเป็นคนที่ต้องรู้จักพูดคุย มีมนุษยสัมพันธ์ดี เพราะเวลาทำงานกับลูกค้า มัณฑนากรต้องเป็นคนที่คุยกับลูกค้ามาก คือเราต้องรู้เรื่องของลูกค้าให้มากที่สุดเพื่อจะได้ออกแบบได้ตรงกับความต้องการของลูกค้า

ความรู้พื้นฐานที่ควรจะต้องมีอย่างแรกน่าจะเป็นเรื่องความรู้เกี่ยวกับศิลปะ ความสวยความงาม รสนิยม การจับคู่ของต่างๆ เพราะมันจะเยอะเรื่องของ หมอน ม่าน พรม เยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นก็น่าจะต้องมีความรู้เรื่องความสวยงาม

และอีกเรื่องที่อยากให้มีก็เรื่องโครงสร้าง เพราะว่าสุดท้ายก็ต้องมาเจองานเดียวกันอยู่ดี เห็นเสา เห็นคาน ต่างๆ

และพวกวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ฟิสิกส์ต่างๆ รู้หน่อยก็ดี เพราะเราทำงานเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างด้วย จะว่าสายศิลป์ทั้งหมดมันก็ไม่ใช่ ต่อให้เรียนสายศิลป์มา มาทำงานเค้าก็ต้องเจอเรื่องฟิสิกส์อยู่ดี

คุณค่าของอาชีพที่มีต่อคนรอบข้างก็คงจะเป็นเรื่องของความสบายใจ ความสะดวกสบายในการใช้งานในอาคารเหล่านั้นที่เราได้มอบให้กับผู้เข้าใช้งาน

สิ่งที่ต้องสูญเสียก็อาจจะมีเรื่องสุขภาพ เพราะบางทีมันเป็นเรื่องของงานศิลปะ เรามีไอเดียก็อยากจะเพิ่มเติมต่อไปเรื่อยๆ จนไม่จบเราก็ลากยาวจนเลยเวลาพักผ่อน

 

ถ้าเติบโตในบริษัทถ้าไม่เป็นเจ้าของไปเลยก็อาจจะเป็นผู้บริหารคุมทีมมัณฑนากรใหญ่อยู่ในออฟฟิศ แต่ถ้าไม่ได้อยากจะเติบโตไปทางด้านนี้ก็สามารถขยับไปเป็นอาจารย์ได้

 

ไปที่ TCDC เค้าจะมีหนังสือดีไซน์ที่อัพเดทอยู่หรือจะมีนิทรรศการ พอเราไปเราก็ได้เรียนรู้โลกกว้าง หรือเข้าเมือง เข้าห้าง ก็มีความรู้ทั้งนั้น ได้เดินไปเจอคนอื่นๆ จะได้รู้ว่าเค้าทำอะไร เดินดูโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม “ฟักฝันเฟส 2017” ปี พ.ศ.2560