วิศวกรอุตสาหการ

วิศวกรอุตสาหการ

วิศวกรอุตสาหการ คือ วิศวกรที่สร้างระบบต่างๆ เพราะพวกเราเน้นการศึกษาเรื่องระบบ เรื่องการออกแบบและพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบที่พูดถึงนี้ไม่ได้จำเป็นที่จะอยู่แค่ในโรงงานเท่านั้น (ระบบผลิต – สายพาน, การวางตำแหน่งจุดต่างๆ ในโรงงาน ฯลฯ) แต่หมายถึงระบบที่อยู่ในธุรกิจอื่นๆ เช่น ธุรกิจบริการ, ส่วนงานจัดการห่วงโซ่อุปทาน, ส่วนงานโลจิสติกส์/ขนส่ง ฯลฯ ซึ่งวิศวกรอุตสาหการก็สามารถเข้าไปทำงานได้ทั้งหมด

สิ่งที่วิศวกรอุตสาหการทำจะมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียว นั่นคือ การเพิ่มผลิตผล (productivity) ของระบบนั้นๆ ให้สูงขึ้น

วิศวกรอุตสาหการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนวางแผนที่จะดูเรื่องทรัพยากรการผลิต การวางแผนการผลิตว่าจะผลิตอย่างไรให้ดีต่อโรงงานที่สุด ยกตัวอย่างเช่น วิศวกรอุตสาหการที่อยู่ในแผนกวางแผนการใช้ศักยภาพของโรงงาน ก็จะคิดวางแผนว่า จะใช้โรงงานนั้นๆ ผลิตสินค้าประเภทไหนบ้าง อย่างละเท่าไหร่ ให้ได้กำไรสูงสุด, ใช้คนทำงาน ใช้เครื่องจักรทำงาน วันละเท่าไหร่ สัปดาห์ละเท่าไหร, วางแผนการเปลี่ยนกะ การพัก การทำงานอย่างไร เป็นต้น โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ก็จะต้องทำทั้งจากการสังเกต การสัมภาษณ์ ฯลฯ เพื่อให้ได้ภาพการทำงานที่แท้จริงมาพิจารณา

ส่วนวิศวกรอุตสาหการที่ไปดูระบบการผลิตก็จะคอยดูระบบการผลิตให้ระบบการผลิตเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น การลดขั้นตอนการทำงาน การเพิ่มคุณภาพในงาน เหมือนเพื่อนของพี่บางคนเขาก็ทำงานอยู่ในคลังสินค้า ที่จะคอยสังเกต คอยดู ขั้นตอนการทำงานบางอย่างที่มันเสียเวลาโดยไม่จำเป็น คอยหาวิธีลดของเสียจากการผลิต ฯลฯ

ถ้าเราทำงานอยู่ในโรงงาน เราก็ต้องทำงานกับวิศวกรอุตสาหการคนอื่น แต่คนอื่นๆ นอกจากนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานอยู่ในธุรกิจประเภทใด เช่น ทำงานในฝ่ายผลิตของโรงงานที่ผลิตสินค้าอุปโภค ก็จะต้องประสานกับวิศวกรเครื่องกล กับหัวหน้าคนงานของฝ่ายปฏิบัติการ แต่ถ้าอยู่ในออฟฟิศก็จะประสานกับฝ่ายผลิตเหมือนกันแต่จะประสานในเรื่องการวางแผนมากกว่า และจะประสานกับทีมบริหาร ทีมผู้จัดการ เพราะฉะนั้นการต้องทำงานกับอาชีพอะไรบ้างจึงไม่สามารถกำหนดได้ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเป็นวิศวกรอุตสาหการที่ไปทำงานอยู่ในจุดไหน

เนื่องจากวิศวกรอุตสาหการเป็นอาชีพที่ทำงานกับระบบต่างๆ และเนื่องจากธุรกิจทุกประเภทต้องทำงานบนระบบเหล่านี้ ดังนั้น วิศวกรอุตสาหการก็จะทำงานอยู่ในแทบทุกประเภทธุรกิจ (ใหญ่ๆ) ไม่ว่าจะเป็นในโรงงาน ในซูเปอร์มาเก็ตก็มีระบบ เช่น ระบบแถวคอย ในสวนสนุก แม้กระทั่งระบบการศึกษาในโรงเรียน ระบบในโรงพยาบาล เป็นต้น

แต่ถ้าถามว่าทำงานประจำอยู่ที่ไหน อาจจะ 50% ก็อยู่ในโรงงานเพราะว่าเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดและวิชาส่วนใหญ่ที่พวกเราเรียนก็มุ่งไปในทางนั้น แต่ว่าอีก 50% ก็อาจจะอยู่ในธุรกิจอื่นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทนั้นๆ จะมีการจัดจ้างวิศวกรอคุสาหการเข้าไปประจำอยู่หรือไม่

ถ้าดูจากการทำงานในโรงงานโดยทั่วไป เนื่องจากโรงงานจะต้องดำเนินงานตลอด 24 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นวิศวกรอุตสาหการก็อาจจะถูกคาดหวังว่าจะต้องพร้อมแก้ไขปัญหาได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วย ถึงแม้ว่าตัวเราจะเข้าไปทำงานในโรงงานเป็นกะ หมายความว่า เข้างานตอน 8 โมงเช้าและเลิกงาน 4 โมงเย็น แต่นอกเหนือจากเวลางานเราก็ต้องพร้อมรับโทรศัพท์และเข้าไปแก้ไขปัญหาตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

สิ่งแรกคือ ความเป็นผู้นำ อันที่จริงความเป็นผู้นำนี้ก็ไม่ใช่แค่วิศวกรอุตสาหการเท่านั้นที่ต้องมี ทุกวิศวกรก็ต้องมีสิ่งนี้เพราะการเป็นวิศวกรคือการสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อทดแทนสิ่งเดิม เราในฐานะวิศวกรก็ต้องใช้ความเป็นผู้นำเพื่อนำทีม นำองค์กรไปสู่การเปลี่ยนแปลง

นอกจากนั้นก็ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ เพราะเราต้องแก้ไขปัญหา ถึงแม้ว่าบางอย่างมันจะมีรูปแบบมาให้อยู่แล้ว แต่ก็มีบางอย่างเหมือนกันที่ต้องคิดขึ้นมาใหม่ๆ 

และสิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายอีกหนึ่งอย่าง ก็คือ เราควรที่จะต้องเป็นคนที่ชอบแก้ไขปัญหา และก็ต้องมีทักษะในการแก้ไขปัญหาพอสมควร มีทักษะในการคิดวิเคราห์ปัญหาและการจัดระบบปัญหาให้ดี ซึ่งอันนี้ก็คิดว่าควรเป็นสิ่งที่วิศวกรโดยรวมต้องมี ไม่ใช่แค่วิศวกรอุตสาหการเท่านั้น

แต่ถ้าเกิดจะให้ระบุว่าอะไรที่วิศวกรอุตสาหการต้องมีจริงๆ ก็อจจะเป็นพวกความรู้ในเรื่องคณิตศาสตร์ สถิติ ซึ่งวิศวกรอุตสาหการจะลงลึกในเรื่องนี้มากกว่าวิศวกรอื่นๆ และความรู้อีกเรื่องหนึ่งที่วิศวกรอุตสาหการต้องใช้กันมาก คือ operation research

คุณค่าต่อตัวผู้ประกอบอาชีพอย่างแรกเลย ก็คือ ความรู้ใหม่ๆ เพราะโรงงานแต่ละส่วน แต่ละแผนกก็ทำงานไม่เหมือนกัน มีโจทย์ไม่เหมือนกัน โรงงานผลิตสินค้าแต่ละประเภทก็ไม่เหมือนกันอีก พอเราได้เข้าไปทำงานมันก็เหมือนกับว่าเราได้เจอโจทย์ใหม่ๆ เจอความรู้ใหม่ๆ ที่รอเราอยู่

ส่วนผลกระทบที่มีต่อสังคมอาจจะมีในรูปแบบของการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ประหยัดไฟฟ้าในโรงงาน, ประหยัดทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตลงไปได้, มีของเสียที่ถูกทิ้งจากกระบวนการผลิตน้อยลง เป็นต้น

กลับกันอาชีพนี้ก็มีสิ่งที่ต้องแลกมาเหมือนกัน ก็คือ ตารางทำงานในวันเสาร์ อาทิตย์ และการต้องเตรียมตัวรับสถานการณ์ในตอนกลางคืน มันเป็นการเสียสละเวลาเพราะว่าโรงงานต้องดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงและดำเนินการทุกวัน แต่มันก็ไม่ได้หนักมากเกินไป เพราะระหว่างวิศวกรอุตสาหการก็จะมีตารางผลัดเปลี่ยนเวรกัน

การเติบโตในเส้นทางอาชีพนี้ จากวิศวกรอุตสาหการ เราก็สามารถเติบโตขึ้นไปเป็นผู้จัดการโรงงาน (plant director) ได้ และก็เติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ไปเป็นผู้บริหารในระดับต่างๆ

ส่วนการเติบโตข้ามสายงานนอกจากที่อาชีพนี้จะไปอยู่ในธุรกิจได้ทุกประเภทแล้ว เราก็สามารถเติบโตออกมาสร้างกิจการของตัวเองได้ด้วย

ถ้าจะเรียกตัวเองว่าวิศวกรอุตสาหการก็ต้องเรียนวิศวอุตสาหการมาถึงจะได้ใบประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายบังคับ ส่วนวิชาต่างๆ ที่ควรจะหาความรู้เพิ่มเติมก็จะเป็นพวก คณิตศาสตร์ สถิติ ซึ่งก็ให้เน้นไปที่การทำปัญหาออกมาเป็นตัวเลข เช่น เรื่องการผลิตโต๊ะ เก้าอี้ภายใต้เวลาและทรัพยากรที่มีให้ควรจะผลิตโต๊ะ เก้าอี้ประเภทไหน อย่างละเท่าไหร่ มันคือการเอาปัญหามาสร้างเป็นโมเดลทางคณิตศาสตร์ 

อีกอย่างนึงก็มีแคลคูลัสและฟิสิกส์ที่ต้องใช้

สื่อการเรียนการสอนสำหรับคุณครู: วิศวกรอุตสาหการ