เกษตรกรทำเกษตรผสมผสาน (เกษตรอินทรีย์)

เกษตรกรทำเกษตรผสมผสาน (เกษตรอินทรีย์)

อาชีพเกษตรกรไม่ว่าจะอินทรีย์หรือเคมีหน้าที่หลักก็คือการผลิตอาหาร ผลิตทั้งอาหารที่เป็นพืชและสัตว์เพื่อหล่อเลี้ยงประชากร หล่อเลี้ยงสังคมบนโลกใบนี้

และเนื่องจากอาหารคือสิ่งที่มนุษย์ใช้ในการหล่อเลี้ยงร่างกายให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้ ดังนั้นในเมื่อเกษตรกรทำหน้าที่ผลิจอาหารก็ควรที่จะต้องผลิตทำอาหารที่ดีที่ปลอดภัย ไม่ใช่ว่าผลิตอาหารขึ้นมาเป็นยาพิษด้วยสารเคมีต่างๆ ที่ใส่เพื่อเร่งผลผลิตขึ้นมาโดยไม่คำนึงถึงผู้บริโภคเลย

ขั้นตอนการทำงานของเกษตรกร อย่างแรกเลยก็ต้องวางแผนก่อน เพราะไม่ว่าจะเป็นพืชหรือสัตว์ก็จะมีหลากหลายชนิด หลากหลายอายุเก็บเกี่ยว เราก็ต้องมาดูว่าเราจะปลูก (หรือผลิต) อะไรที่จะช่วยให้เรามีรายได้รายวัน รายได้รายเดือน และรายได้รายปี เพื่อให้เรามีเงินเข้ามาในกระเป๋าของเราเพียงพอต่อการใช้จ่ายในแต่ละวัน แต่ละเดือน ซึ่งถ้าเราสามารถทำขั้นตอนแรกซึ่งก็คือการวางแผนแบบนี้ได้ เราก็จะมีรายได้ที่แน่นอนที่สามารถควบคุมได้ ยกตัวอย่างของการวางแผน เช่น ไข่ไก่เก็บขายได้ทุกวัน, ผักเก็บขายได้ทุกสัปดาห์, และหมูก็เป็นผลผลิตรายเดือน เป็นต้น

ต่อจากการวางแผนก็จะเป็นการทำงานในแต่ละวัน เริ่มตั้งแต่เช้าเก็บไข่ไก่ ดูแลรดน้ำผัก กำจัดวัชพืช  เตรียมแปลงปลูก ดูแลความเรียบร้อยหรือจัดการพื้นที่สวนผักของเรา จนกระทั่งแดดเริ่มร้อนเราก็หลบเข้ามาจัดการสัตว์ที่เลี้ยงไว้ เช่น ให้อาหาร ทำความสะอาดคอก ดูแลเรื่องอาการป่วย หรือจัดการเรื่องปุ๋ยเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ผสมกองปุ๋ยทิ้งไว้ หรืออาจจะไปจัดการเรื่องการแปรรูปผลผลิตถ้าเรามีงานในส่วนนั้น พอตอนเย็นเราก็วนกลับไปให้อาหารสัตว์อีกรอบ รดน้ำผักอีกครั้ง

ส่วนถ้าเราจะต้องนำผลผลิตของเราไปขายที่ตลาดเองในช่วงเช้าก็จะมีงานเก็บผลผลิตเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ช่วงสายๆ เรามีของไปขายที่ตลาดหรือไปส่งให้พ่อค้าคนอื่นๆ ต่อ (หรือเตรียมบรรจุไว้ให้รถสินค้ามารับที่หน้าสวนของเรา)

 

อาชีพที่อยู่รอบๆ ตัวของเกษตรกร ก็จะมีเช่น นักวิชาการเกษตร, เจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอ, พ่อค้าคนกลาง เป็นต้น

 

อาชีพเกษตรกรก็จะอยู่ในไร่ ในสวนของตัวเองเป็นหลัก

 

อาชีพเกษตรกรก็จะทำงานทั้งวันแล้วแต่ว่าใครจะตื่นตอนไหน ก็เริ่มทำงานตอนนั้น โดยจะทำงานในไร่ ในสวนจนกระทั่งสายๆ สัก 10.00 หรือ 11.00 น. พอแดดเริ่มร้อนก็จะเปลี่ยนมาทำงานอื่นๆ ในร่มหรือพักผ่อน จนกระทั่งเวลาสัก 15.00 หรือ 16.00 น. ก็จะเริ่มงานอีกรอบ โดยรวมแล้วก็จะมีเวลาทำงานประมาณ 8 ชั่วโมง ไม่ได้แตกต่างหรือหนักกว่าอาชีพอื่นๆ  

 

ถ้าจะเป็นเกษตรกรอาจจะต้องเป็นคนที่มีความเมตตาสูงมาก ต้องมีใจที่อยากจะผลิตอาหารที่ดีให้กับผู้บริโภค ควรจะต้องมีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์บ้าง เพราะต้องสังเกตและเข้าใจกลไกการทำงานของธรรมชาติ ของสิ่งมีชีวิต อาชีพเกษตรกรต้องคอยทดลองและเรียนรู้

หลักๆ ของสิ่งที่เกษตรกรต้องมีก็คือ ความรู้ เพราะพวกทักษะต่างๆ ในปัจจุบันเรามีเครื่องทุ่นแรงและเทคโนโลยีเข้ามาช่วยค่อนข้างเยอะแล้ว

 

ผลดีต่อตัวเองอย่างแรกเลยก็คือ สุขภาพของตัวเราเองเพราะเราไม่ได้ใช้สารเคมีในการทำงาน เราได้ความสบายใจจากที่เราได้บริโภคอาหารที่เราผลิตขึ้นเอง อีกทั้งอาจจะได้ความสุขที่เราได้แบ่งปันสิ่งที่ดีๆต่อสุขภาพให้กับคนอื่นๆ ด้วย เราก็จะภูมิใจในสิ่งที่เราทำ

 

อาชีพเกษตรกรก็อาจจะสามารถพัฒนาไปเป็นปราชญ์เกษตรในพื้นที่หรือเป็นอาจารย์สอนด้านเกษตร หรืออาจจะขยับขยายไปเป็นผู้ประกอบการแปรรูปสินค้าเกษตร หรือทำการต่อยอดอื่นๆ จากเวลาว่างในช่วงกลางวันที่เรามีก็สามารถทำได้

 

เกษตรกรไม่จำเป็นต้องเรียนเฉพาะทางก็ได้ แต่ก็ต้องทำการบ้านด้วยตัวเองในเรื่องความรู้พื้นฐานที่จำเป็น แต่ถ้าเป็นคนที่เรียนจากสายวิทยาศาสตร์มากก็อาจจะได้เปรียบกว่า เพราะพื้นฐานของเกษตรกรก็ต้องใช้การคำนวณ การสังเกต ใช้ความรู้ทั้งจากฟิสิกส์ เคมี ชีวะ

สำหรับการศึกษาด้วยตัวเองให้เริ่มจากไปลองสำรวจดูบริเวณรอบๆ ก่อนไปดูงานจากคนที่ทำการเกษตรในละแวกนั้น ศึกษาทั้งในส่วนของการผลิตและการขาย การตลาดด้วย หรืออาจจะลองเข้าไปหาความรู้จากอินเทอเน็ต หรือจากมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่มีคณะ/สาขาด้านการเกษตร

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม “OPENWORLD” ปี พ.ศ.2559