ครีเอทีฟโฆษณา

ครีเอทีฟโฆษณา

เป้าหมาย คือ การเข้าใจถึงความต้องการของมนุษย์ และสื่อมันออกไปให้ตรงตามความต้องการ และนำเสนอความน่าสนใจด้วยการเข้าไปภายในจิตใจของผู้รับชม ทำให้เขาสนใจโฆษณาเรา และต้องการสินค้าที่เราทำการโฆษณาออกไป

 

ขั้นตอนแรกเริ่มจากรับงาน และรับบรีฟงานจากลูกค้า เช่น ลูกค้าอยากขายอะไร ลูกค้าต้องการอะไรบ้าง

ขั้นตอนที่สอง คือการนำข้อมูลที่ได้รับบรีฟมาตีความว่าสินค้านี้ดีอย่างไร จะต้องสื่อสารออกไปอย่างไร รวมทั้งมีข้อแตกต่างจากยี่ห้อหรือบริษัทอื่นอย่างไรบ้าง

ขั้นตอนที่สาม คือการวางผลยุทธ์ ซึ่งจะสัมพันธ์มาจากขั้นตอนที่สอง ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่ออะไรบ้าง

ขั้นตอนที่สี่ คือการคิดงาน ว่าจะทำอย่างไรให้ผู้ชมมีความรู้สึกร่วมกับเรา เช่นใส่มุกตลก ใส่ความเกินจริง ใส่ความบ้า ความเข้าใจมนุษย์ แล้วสื่อสารออกไปให้ผู้ชมรู้สึกว่าโฆษณาเรื่องนี้น่าสนใจ หรือต้องดู

ลูกค้าของเราคือผู้ประกอบการ และเราต้องสื่อสารกับลูกค้าตลอดเวลาว่าตอนนี้เขาต้องการอะไร งานคืบหน้าถึงไหน การตลาดแบรนด์อื่นเป็นอย่างไร ต้องมาอัพเดทข่าวสารด้วยกันตลอด โดยจะมี Planner ที่เป็นคนวางกลยุทธ์ว่าเราควรจะไปในทิศทางไหน มีตารางการทำงานอย่างไร คอยช่วยดูแลควบคุมการทำงานและเจอลูกค้า รวมถึง AE (Account Executive) ที่จะเป็นคนคอยประสานงานระหว่างครีเอทีฟ คนวางกลยุทธ์ (Planner) และลูกค้า

ส่วนถ้ามองในมุมของการผลิตงานก็จะมี Producer ที่เป็นคนที่เอาสิ่งที่เราคิดและต้องการเห็นมาทำให้มันเป็นจริง เป็นคนที่ทำความคิดของเราให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้

Tag: ผู้ประกอบการ, Account Executive , Planner, Producer

ถ้ามองดูจริงๆ ครีเอทีฟมีอยู่ในงานหลากหลายสายมาก คือ มีทั้ง ครีเอทีฟในบริษัทโฆษณา ครีเอทีฟในฝ่ายทำหนัง หรือแม้แต่ครีเอทีฟในบริษัทที่ทำหนังสือ เป็นต้น อาจจะพูดง่ายๆ ได้ว่าอะไรที่เราเห็นในสื่อ คือ มีครีเอทีฟทั้งหมดเลย

Tag: บริษัทเอเจนซี่โฆษณา, บริษัทผู้ผลิตภาพยนต์, กองบรรณาธิการหนังสือ

อาชีพนี้มีเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนเหมือนอาชีพอื่นๆ ที่ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน การทำงานของอาชีพนี้ขึ้นอยู่กับความคิดของเราและความเร่งรีบของงาน บางงานอาจจะทำวันละนิด หรือกลับกันอาจจะต้องอดหลับอดนอนหลายวันก็เป็นไปได้ เรียกได้ว่าตารางงานสะเปะสะปะมากบางวันสบายแต่บางวันก็ต้องพร้อมรับกับตารางเวลาการทำงานที่มันโหดร้าย เช่น 1-2 วันติด

ครีเอทีฟที่ดีควรมีความรู้ ความเข้าใจ และข้อมูลที่สะสมไว้ค่อนข้างเยอะ ซึ่งการอ่านเยอะ ดูเยอะ คุยเยอะ จะช่วยได้มาก อีกทั้วถ้ามีความรู้ด้านการตลาด มีการคิดกลยุทธ์การตลาดก็จะช่วยให้งานของเราไม่ได้มีแค่ความแปลกใหม่อย่างเดียวแต่จะมีความน่าสนใจในระยะยาวได้

ความสามารถที่จำเป็นอีกด้านหนึ่งคือความสามารถในการสื่อสาร การนำเสนอและการพูดโน้มน้าว เพราะสมมติว่าคุณมีไอเดียที่ดีมากๆ ไปขายลูกค้าแล้วเขาไม่เข้าใจเขาก็ไม่ซื้อไอเดียเรา

นอกจากนี้ครีเอทีฟที่ดีเขาจะพกปากกากับสมุดติดตัวเอาไว้ตลอดเพราะไอเดียของเรามันจะมาตอนไหนไม่รู้

เรื่องนี้จริงๆ แล้วก็จะขึ้นอยู่กับแต่ละคนไป บางคนอาจจะบอกว่าการเป็นครีเอทีฟช่วยให้มีสมาธิมากขึ้นเพราะงานครีเอทีฟมันต้องอยู่กับหน้าสมุดเปล่าๆ คิดไปถ้าคิดไม่ออกก็นั่งกันเป็นชั่วโมงๆ รวมถึงได้ความอดทน

อีกเรื่องที่ได้เรียนรู้จากอาชีพนี้แน่นอนเลยคือได้เห็น ได้รู้ โลกที่มันกว้างขึ้นเพราะเราต้องทำการบ้านต้องอ่าน ต้องค้นคว้า ต้องดู ต้องเห็นให้เยอะเท่กาับคนที่เขากว้างที่สุดในเรื่องนั้นให้ได้ เพื่อสื่อสารออกไปให้ไม่ย้อนยุค ตกยุคหรือหลุดจากความสนใจของผู้คน

ส่วนผลเสียต่อตัวของผู้ที่ประกอบอาชีพนี้ หลักๆ ก็คงจะเป็นเรื่องสุขภาพ เพราะหลายๆ งานที่เร่งรีบนอนก็จะไม่ได้นอนและเครียดมากจากเรื่องตารางการทำงานที่มันสั้นและเร็วซึ่งมันขัดแย้งกับลักษณะของงานความคิดที่ต้องใช้ระยะเวลา ความเครียดมันเลยสูงมาก

ในวงการโฆษณา การเข้ามาทำงานเป็นครีเอทีฟใหม่จะสามารถเลือกได้สองสายคือ Copywriter (คิดตัวอักษร ภาษาพูด คำโปรย tag line เป็นต้น) และ Art Director (คิดไอเดียภาพ การนำเสนอเป็นภาพโดยร่างเป็นรูปๆ เป็นฉากๆ ขึ้นมาก่อน) สองอย่างนี้เรียกรวมกันว่าครีเอทีฟ

เมื่อทำงานจนมีประสบการณ์มากขึ้นและได้เป็น Group Head ซึ่งสามารถแยกเดี่ยวมาสร้างทีมตัวเองได้ และเลื่อนขึ้นมาเป็น Creative Director (CD) ที่ดูแล Group Head อีกทอดหนึ่ง และเลื่อนไปเป็น Executive Creative Director (ECD) ที่นับว่าเป็นจุดสูงสุด คอยดูแลเป้าหมายของโฆษณา ดูแลทุกอย่างโดย ECD จะมี CD กี่คนก็ได้

การดูตัวอย่างในยูทูบจำพวกงานรางวัลต่าง ๆ เช่น Cannes Film Festival, BAD Award ซึ่งเป็นของไทย หรือหากอยากดูในสไตล์ Print Ads โฆษณาโปสเตอร์ หรือพวกโฆษณาในหน้านิตยสารจะเป็น adsoftheworld.com

Tag: Cannes film festival,  BAD Award, adsoftheworld.com

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม “OPENWORLD” ปี พ.ศ.2559