วิศวกรเครื่องกล

วิศวกรเครื่องกล

วิศวกรเครื่องกลมีหน้าที่ออกแบบเครื่องจักรและรับผิดชอบในการดูแลเครื่องจักรการผลิตให้ดำเนินได้อย่างปกติ ยกตัวอย่างเช่น โรงงานการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ของกินของใช้ประจำวัน วิศวกรเครื่องกลก็จะไปอยู่ในเรื่องของการดูแล ควบคุมการผลิต ว่าทำอย่างไรให้ผลิตสินค้าออกมาถูกต้อง บางโรงงานตารางงานทำงานตลอด 24 ชม. ทำยังไงให้ไม่เกิดปัญหาระหว่างกระบวนการผลิต ทำยังไงให้สินค้าสองชิ้นไม่มาผสมในกล่องเดียวกัน

อีกสายงานหนึ่งของวิศวกรเครื่องกลก็คืองานออกแบบ เป็น Design Engineering เช่น ตามโรงงานสายการผลิตรถยนต์ บทบาทของวิศวกรเครื่องกล ก็คือไปออกแบบ เช่น มีรถรุ่นใหม่ๆ วิศวกรเครื่องกลก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นคนออกแบบว่าจะใช้ไฟหน้าหน้าตาอย่างไร พื้น หลังคา โครงรถ กระจกรูปแบบไหน

นอกจากนี้ก็จะมีวิศวกรเครื่องกลบางส่วนที่ทำงานอยู่กับโรงงานที่ผลิตเครื่องจักรให้กับโรงงานอื่นๆ อีกที หน้าที่รับผิดชอบของวิศวกรเครื่องกลส่วนนี้ ก็คือ การออกแบบและผลิตเครื่องจักรให้ได้ตามความต้องการของลูกค้าที่มาสั่งให้เราผลิตเครื่องจักรในการผลิต

ถ้าเป็นวิศวกรเครื่องกลที่อยู่ในโรงงานผลิตเครื่องจักร จะเริ่มต้นด้วยการรับโจทย์และความต้องการจากลูกค้ามาก่อนว่าเขาต้องการให้เราผลิตเครื่องจักแบบไหนขึ้นมา จากนั้นวิศวกรเครื่องกลก็จะเริ่มออกแบบเราจะสร้างเครื่องจักรหน้าตายังไง ให้ขนาดมันได้ ผลิตสินค้ามาได้ตรงตามความต้องการ เมื่ออกแบบแล้วในขั้นตอนการผลิตก็จะรวมถึงการจัดหาอุปกรณ์ ดูว่าในหนึ่งเครื่องที่เราออกแบบมาต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้าง

ส่วนวิศวกรเครื่องกลในฝ่ายโรงงานผลิตสินค้า อย่างแรกก็ต้องออกแบบสินค้า ออกแบบการผลิตเช่นกัน จากนั้นก็หาอุปกรณ์ที่จะมาใช้ผลิต ซึ่งก็จะเป็นการประสานงานกับบริษัทคู่ค้าต่างๆ ที่เสนอสินค้าของตัวเองเข้ามาขาย จากนั้นก็ควบคุมการผลิตให้เป็นไปตามที่เราออกแบบไว้

 

หลักๆ เลยก็จะเป็นวิศวกรไฟฟ้า โดยจะมีการประสานงานกันว่าวิศวกรเครื่องกลไปดูแลส่วนของ Mechanic วิศวกรไฟฟ้าจะดูแลสายไฟที่อยู่ข้างใน

อีกสาขาหนึ่งก็จะเป็นวิศวกรคอมพิวเตอร์ มาดูแลเรื่องซอฟแวร์ว่าจะทำยังไงให้เครื่องจักรเคลื่อนไหวได้ ทำงานได้ในสิ่งที่เราต้องดาร

สรุปก็คือ เรามีหน้าที่ในการเขียนแบบขึ้นมาว่าเครื่องจักรจะมีหน้าตาแบบนี้ วิศวไฟฟ้าก็เรื่องของไฟทั้งหมดเลย คอมพิวเตอร์ก็จะมาในเรื่องการควบคุมให้เครื่องจักรทำงานได้

 

ในทุกๆ โรงงานจะมีวิศวกรเครื่องกล ทั้งโรงงานที่รับผลิตเครื่องจักรและโรงงานที่ผลิตสินค้า ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึงของใช้ประจำวัน

นอกจากนี้ก็จะมีบริษัทที่นำเข้าและขายชิ้นส่วนเครื่องจักร ซึ่งต้องการวิศวกรเครื่องกลเข้าไปทำงานในฐานะเซลล์เพื่อติดต่อกับลูกค้าโรงงานต่างๆ

การทำงานเป็นแบบ 8 ชั่วโมง เป็น 8.00 – 17.00 น. หรืออาจจะ 9.00 – 18.00 น. แล้วแต่บริษัท นี่คือมาตรฐานที่ทำปกติ แต่บางครั้งถ้าเป็นวิศวกรในหลายๆ บริษัทก็อาจจะมีบังคับโอที เนื่องจากภาระงานของวิศวกรเครื่องกลจะถูกกำหนดโดยเวลาการทำงานของโปรเจคต์นั้นๆ ทำให้บางทีก็ต้องทำงานกันสิบชั่วโมง สิบสี่ชั่วโมง เพื่อให้งานเสร็จ

 

อาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีความรับผิดชอบสูงมาก เพราะว่าบริษัทที่เขาดีลกันแล้วมีกำหนดการว่างานต้องเสร็จวันไหน ถ้าเสร็จไม่ทันจะต้องเสียค่าปรับ

สองคือ อาชีพนี้เป็นงานที่ต้องการความอดทนมากทีเดียว เพราะหลายๆ อย่างบางทีมันไม่ได้ดั่งใจ ไม่เป็นไปตามแผนที่เราคิดไว้ ไม่เป็นไปตามแบบที่เราวาดไว้ เราต้องอดทนมากๆ

ความรู้พื้นฐานที่ต้องใช้ คือ สามวิชาหลักๆ ได้แก่ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และเรื่องของการออกแบบ

เพราะมันต้องมองภาพให้ออก ว่าเครื่องจักรสองมิติ สามมิติ หน้าตาจะออกมาเป็นยังไง ต้องเคลื่อนที่ในทิศทางไหน ทำงานใช้แรงกดเท่าไหร่ ฯลฯ ซึ่งมันจะสอดคล้องกับการออกแบบ และฟิสิกส์

เพิ่มเติมก็จะเป็นเรื่องของภาษาอังกฤษเพราะโอกาสที่เราจะได้ทำงานโปรเจคใหญ่ๆ มักจะมาจากชาวต่างชาติ เข้ามาดีล แล้วถ้าเราสื่อสารกับเขาไม่รู้เรื่อง ต่อให้เราทำงานเก่งมาก ผลิตเก่งมาก แต่เราสื่อสารไม่ได้ว่าเครื่องจักรเราดีอย่างไร จะไปตอบโจทย์ให้เขาได้ยังไง เขาก็ไม่ซื้อเราอยู่ดี

คุณค่าที่ได้รับกลับมาสู่ตัวเราเรื่องแรกน่าจะเป็นความภาคภูมิใจในตัวเองที่เราสามารถผลิตเครื่องจักรที่มีความซับซ้อนออกมาได้ด้วยตัวเอง และเนื่องจากงานที่เราได้รับไม่มีการจำกัดว่าเราต้องทำตามขั้นตอนเป๊ะๆ บางครั้งงานมันกำหนดมาเป็นโจทย์ และให้เราได้แก้ปัญหา มันก็เป็นโอกาสดีที่ทำให้เราได้พิสูจน์ตัวเอง พิสูจน์ฝีมือ

ผลเสียที่ได้รับกลับมา ในบางครั้งการประจำอยู่ตามโรงงานบางแห่งจะมีมลพิษอยู่บ้างซึ่งเป็นเรื่องปกติของโรงงานอุตสาหกรรม มันอาจจะไม่ได้ส่งผลโดยทันทีแต่ถ้าเราทำงานนานหลายปีมีการสะสมเยอะๆ ก็อาจจะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้

ส่วนเรื่องเวลาก็อาจจะมีบ้างในบางบริษัทที่โดนบังคับโอที หรือในบางกรณีที่งานเร่งต้องอยู่ทำให้เสร็จ

 

แทบจะทุกบริษัทมีรากฐานคล้ายๆกัน ก็คือตอนเราเข้าไป เราเป็นเด็กจบใหม่เข้าไปเป็นสต๊าฟอยู่แล้ว จากสต๊าฟขึ้นมาเป็น Supervisor, Leader หรือเป็นหัวหน้า

สำหรับด้านของ Sales Engineer ถึงจุดนึงก็มักจะออกมาเปิดบริษัทของตัวเอง พอเริ่มมีฐานลูกค้า รู้ว่าทำงานแล้วต้องเจออะไรบ้าง ก็ออกมาเปิดของตัวเองได้

 

ด้านความรู้ก็จะมีในอินเทอร์เน็ต เดี๋ยวนี้โลกมันเปิดกว้างแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนจะหาความรู้สักเรื่องผมว่ายาก แต่ถ้าเป็นเดี๋ยวนี้ผมว่าอินเทอร์เน็ตแทบจะมีทุกอย่างแล้ว ค้นคว้าข้อมูลได้เลย ส่วนจะเริ่มจากอะไรก็ต้องถามตัวเองก่อนว่าตัวเราอยากจะเป็นวิศวกรเครื่องกลสไตล์ไหน ถ้าอยากเป็นสไตล์โรงงาน ลองเสิร์ชดูบริษัทดังๆที่เราได้ยินกันอยู่แล้ว ไปดูว่าภายในเขาเป็นยังไงบ้าง ค้นหาดูจากหน้าเว็บเลยก็ได้ครับ เพราะส่วนใหญ่บริษัทก็จะมีข้อมูลพวกนี้บอกอยู่บนเว็บอยู่แล้ว ว่าสิ่งที่เขาทำผลิตอะไร หน้าที่รับผิดชอบเขามีอะไรบ้าง หาได้ไม่ยากเลย

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม “ฟักฝันเฟส 2017” ปี พ.ศ. 2560