นักบิน

นักบิน

เป้าหมายหน้าที่รับผิดชอบของนักบิน ก็คึอ การนำผู้โดยสารไปส่งยังที่หมายให้ปลอดภัยโดยที่ทำให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบาย ตรงเวลา โดยมีสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความปลอดภัยของผู้โดยสาร ซึ่งนักบินจะต้องคิดถึงวิธีการป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นระหว่างทำการบินด้วย  เช่น ต้องมีการเติมน้ำมันเพิ่มเติม หรืออาจะต้องมีการหลบซอร์ฟอากาศระหว่างทาง เป็นต้น

ขั้นตอนแรก ก็คือ นักบินต้องเตรียมตัวไปที่สำนักงานก่อนผู้โดยสาร ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อทำการเช็คสภาพอากาศต่างๆ และหลังจากนั้น ก็ต้องไปร่วมฟังชี้แจงกับลูกเรือก็คือแอร์โฮสเตสและสจ๊วต เรื่องเส้นทางการบิน สภาพอากาศ ผู้โดยสาร ทั้งที่มีกรณีพิเศษหรือบุคคลพิเศษ เช่น ท่านนายกรัฐมนตรี หรือว่าอาจจะมีพวกผู้โดยสารที่มีความต้องการพิเศษ เช่น ป่วย 

หลังจากนั้น ก็ไปประสานงานกับหน่วยช่าง ในเรื่องของการเตรียมเครื่องก่อนที่จะบิน เช่น การตรวจเช็คสภาพเครื่องบินทั่ว ๆ ไป ตรวจเช็คสภาพน้ำมัน ที่ปัดน้ำฝน ระบบนำร่องสื่อสารต่างๆ เมื่อเช็คสภาพเครื่องเรียบร้อยแล้ว ก็รอผู้โดยสารขึ้นเครื่อง และนักบินก็นำเครื่องออกเดินทางตามเวลาที่กำหนด

ส่วนตอนเครื่องลงจอดถ้ามีกรณีที่ต้องติดต่อกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นถึงรายละเอียดพิเศษต่างๆ เพิ่มเติมก็ต้องติดต่อ หรือถ้ามีสิ่งที่ทำงานไม่ปกติเราก็ต้องประสานกับฝ่ายช่างเพื่อดำเนินการทดสอบและแก้ไขต่อไป

สำหรับสิ่งที่ยากที่สุดในการทำงานของอาชีพนักบิน ก็คือ การตัดสินใจให้ถูกต้องและรวดเร็วที่สุดเพราะว่านักบินต้องรับผิดชอบกับผู้โดยสารทั้งลำ ส่วนเรื่องที่สนุกก็คือ การบินแต่ละเที่ยวของนักบินจะเจอกับสิ่งใหม่ๆ ตลอดตั้งแต่ผู้โดยสารที่เปลี่ยนไป สภาพอากาศการบินที่เปลี่ยนไป ทำให้เราได้เห็นและได้ท้าทายตัวเองอยู่ตลอด

 

การทำงานร่วมกับอาชีพอื่นๆ ถ้าไล่ตามลำดับขั้นตอนการทำงานของอาชีพนักบินก็จะเป็นตามนี้

อันดับแรกเริ่มประสานงานกับผู้ประสานงานการบิน (Dispatcher) ซึ่งก็คือ คนที่จะวางแผนทางเส้นทางการบินในเส้นทางที่ประหยัดที่สุดแล้วก็ปลอดภัยที่สุด อันดับต่อไป ก็คือประสานงานกับพวกลูกเรือ นั่นก็คือสจ๊วตและแอร์โฮสเตสเรื่องการดูแลผู้โดยสาร หลังจากนั้นก็ไปติดต่อกับฝ่ายช่างการบิน เพื่อดูว่าเครื่องพร้อมที่จะบิน

นอกจากนั้น ก็ต้องประสานงานกับหน่วยเจ้าหน้าที่ภาคพื้น (ground staff) ที่สนามบิน เรื่องของการดูแลผู้โดยสารหลังจากลงจากเครื่อง เพราะบางส่วนมีกรณีพิเศษต่างๆ เช่น ประสานงานกับหน่วยแพทย์หรือบาง flight พิเศษจะต้องมีหน่วยรักษาความปลอดภัย และติดต่อกับ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หน่วยศุลกากร เป็นต้น

นอกจากนั้น จะต้องมีการติดต่อกับผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ (air traffic control หรือ atc) ที่ทำหน้าที่เหมือนตำรวจจราจรบนท้องฟ้าคอยกำหนดให้เครื่องบินขึ้นลงแล้วก็ออกได้ตามเวลา

 

อาชีพนักบินก็จะทำงานอยู่ตามบริษัทสายการบินต่างๆ ทั้งที่เป็นสายการบินพาณิชย์ (ขนส่ง, ขนของ), หน่วยงานการบินของราชการ, กองทัพอากาศ, ตำรวจ, โรงเรียนสอนขับเครื่องบิน, หรือแม้แต่บริษัทที่มีเครื่องบินของตัวเอง เช่น เฮลิคอปเตอร์

นักบินจะมีเวลาการทำงานที่ไม่ค่อยเป็นเวลา จะขึนอยู่กับว่าบริษัทจะจัดตารางการบินของเราในแต่ละเดือนเป็นอย่างไร และเวลาของการบินในแต่ละเที่ยวบินก็จะขึ้นอยู่กับประเทศที่ไปและต้นทุนของบริษัท ดังนั้นในการบินไปบางประเทศก็อาจจะต้องบินเที่ยงคืน บางประเทศบินตีสี่ ฯลฯ

แต่อย่างไรก็ตามชั่วโมงการทำงานในแต่ละเดือนของนักบินก็จะมีกำหนดไว้โดยกฎหมายว่าต้องบินไม่เกินกี่ชั่วโมง

 

ในด้านของลักษณะนิสัยที่นักบินควรจะมี ก็คือการตัดสินใจที่เฉียบขาดและแม่นยำภายในเวลาอันสั้น แล้วก็ต้องสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ต้องสามารถจินตนาการคิดในหัวตลอดเวลาว่าถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมาเราต้องทำอะไรเป็นขั้นตอนไป เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างทันทีได้ใน ณ ตอนนั้น 

ส่วนในด้านของความรู้พื้นฐานที่ต้องมี คือ คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ และภาษาอังกฤษเพราะคู่มือที่มากับเครื่องบินมันจะเป็นคู่มือภาษาอังกฤษแล้วก็การติดต่อสื่อสารกับ ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ เราก็ต้องติดต่อสื่อสารด้วยภาษากลางของโลกซึ่งก็คือภาษาอังกฤษ 

ในส่วนของความรู้เพิ่มเติม ก็คือความรู้เกี่ยวกับการบิน (ไม่มีสอนในมหาลัยทั่วไป ถ้าไม่ได้เรียนเกี่ยวกับการบินโดยเฉพาะมา) เช่น การทำงานของเครื่องบิน หลักสภาพอากาศ การรู้จักชนิดของลม และเมฆ

 

คุณค่าที่อาชีพนี้มอบให้กับตัวเรา ก็คือ ความภาคภูมิใจที่เราได้นำส่งผู้โดยสารอย่างปลอดภัย และเราก็ยังได้รับความท้าทายและประสบการณ์ใหม่ๆ จากการบินไปในแต่ละสถานที่ในแต่ละเที่ยวบินอีกด้วย

คุณค่าของการเป็นนักบินต่อสังคมก็คือ การขับเครื่องพาผู้โดยสารไปส่งยังที่หมายโดยความปลอดภัยและตรงเวลา และทำให้คนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้เร็วมากขึ้น

ผลตอบแทนของอาชีพนี้ก็จะค่อนข้างสูงในระดับที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างสบายๆ 

ส่วนข้อเสียหรือผลกระทบที่มีต่อตัวผู้ประกอบอาชีพ เนื่องจากอาชีพนักบินจะต้องทำงานอยู่ในอากาศที่มีออกซิเจนค่อนข้างน้อยเป็นระยะเวลานานก็จะส่งผลต่อสุขภาพ และยังมีเรื่องที่ได้นอนหลับพักผ่อนไม่เป็นเวลาเพราะต้องขึ้นอยู่กับตารางการบินที่ถูกจัดในแต่ละเดือน 

ส่วนผลกระทบต่อครอบครัวและคนรอบข้างก็อาจจะมีเรื่องการแบ่งเวลาให้กับคนรอบข้างและครอบครัวที่ตารางเวลาของนักบินก็อาจจะไม่ตรงกันเพราะไม่ได้ทำงานจันทร์ ถึง ศุกร์ แล้วพักเสาร์ อาทิตย์ กลับกันบางช่วงที่เป็นช่วงท่องเที่ยวนักบินของสายการบินพาณิชย์อาจจะกลายเป็นงานยุ่งมากด้วยซ้ำ

 

เส้นทางของนักบินก็จะเริ่มต้นที่การสอบเป็นนักเรียนทุนของสายการบินต่างๆ เพื่อเรียนเกี่ยวกับพื้นฐานการบินเบื้องต้นด้วยเครื่องบินเล็ก (ฝึกบินประมาณ 80-200 ชั่วโมง) หลังจากนั้นก็เข้าไปเป็นนักบินฝึกหัดของสายการบินนั้นๆ โดยจะทำการฝึกหัดอีกประมาณ 1-2 ปี แล้วใช้เวลาอีก 3-4 ปีเป็นผู้ช่วยนักบินอาวุโส 

หลังจากนั้นจะใช้เวลาเก็บประสบการณ์อีก 5-7 ปี แล้วก็สอบขึ้นไปเป็นนักบินที่หนึ่งหรือตำแหน่งที่เรียกว่ากัปตัน ซึ่งเรียกได้ว่าแทยจะเป็นจุดสูงสุดของอาชีพนี้แล้ว

ส่วนอาชีพอื่นๆที่สามารถจะทำได้หลังจากเป็นนักบินแล้ว สามารถไปเป็นช่างหรือผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบิน หรือบางส่วนต้องการทำงานเกี่ยวกับหน่วยงานทางอวกาศ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยยังค่อนข้างจะขาดบุคลากรประเภท นี้ต้องทำงานที่ต่างประเทศไปทำงานกับองค์การนาซ่า เป็นต้น

 

เส้นทางของอาชีพนักบินไม่จำเป็นที่จะต้องจบปริญญาตรีสาขาไหนมาเป็นพิเศษ เราจบปริญญาตรีสาขาไหนก็ได้จากนั้นก็ไปสอบเพื่อเรียนต่อในเส้นทางนักบิน และสมัครเข้าไปเป็นนักบินในบริษัทการบินต่างๆ 

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ เกี่ยวกับอาชีพนักบิน เดี๋ยวนี้ก็หาได้ง่าย แค่เข้าอินเทอร์เน็ตแล้วค้นหาด้วยคำว่า “อยากเป็นนักบิน”, “นักบิน” ก็จะมีขึ้นมาให้เลือกดูเยอะแยะมากมาย

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ พี่ต้นแบบอาขีพ ในกิจกรรม ฟักฝันเฟส ปี พ.ศ. 2557 และ พ.ศ. 2560

สื่อการเรียนการสอนสำหรับคุณครู: นักบิน