ผู้สื่อข่าว

ผู้สื่อข่าว

นักข่าวต้องรายงานข่าวตามข้อเท็จจริง ดังนั้นเป้าหมายในการทำข่าวของเรา คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ตรงกับความจริงมากที่สุด พยายามสร้างความน่าเชื่อถือ ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และต้องคำนึงถึงประโยชน์ของสาธารณะเป็นสำคัญ ข่าวที่นำเสนอจะต้องเสนอเฉพาะข้อเท็จจริง มีความเที่ยงธรรม สมดุล ในกรณีที่เกิดการขัดแย้งเกิดขึ้น ต้องให้โอกาสในการชี้แจง และแสดงข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย ไม่ว่านักข่าวจะเห็นพ้องกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้เพื่อความเป็นกระจกเงาสะท้อนภาพสังคมที่ชัดเจน เที่ยงตรง ไม่บิดเบี้ยว

ผู้สื่อข่าวที่เชี่ยวชาญหรือได้รับมอบหมายให้ทำข่าวด้านใดด้านหนึ่งอาจได้รับการเรียกชื่อหรือว่าจ้างตามสายงานที่ปฏิบัติ เช่น ผู้สื่อข่าวสายการเมือง ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจ ผู้สื่อข่าวสายสิ่งแวดล้อม ผู้สื่อข่าวสารอาชญากรรม หรืออาจได้รับการเรียกตามสถานที่ที่ไปทำข่าวเป็นประจำ ได้แก่ ผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวประจำกระทรวงก็ได้

ผู้สื่อข่าวจะต้องรับผิดชอบในการทำข่าวให้ได้อย่างน้อยวันละ 1 ชิ้นงาน แต่ถ้าเป็นข่าวที่ต้องวิเคราะห์เจาะลึกอาจต้องใช้เวลา 3 – 4 วัน ในการทำข่าว โดยผู้สื่อข่าวหรือนักข่าวที่สังกัดอยู่กับสื่อมวลชนใดก็ตามต้องปฏิบัติหน้าที่หลักอย่างเดียวกัน คือ

  1. เสาะแสวงหาข่าว เจาะข่าว และทำข่าวด้วยวิธีการสัมภาษณ์ สอบถาม เข้าร่วมฟังในที่ประชุมแถลงข่าว การสัมมนา ติดตามเหตุการณ์ คดีต่างๆ หรือปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ทำข่าว หรือสารคดี เฉพาะเรื่อง จดบันทึกข้อเท็จจริงจากการสังเกต         
  2. การสัมภาษณ์ การสอบถาม การถ่ายภาพ การบันทึกเทปเสียง เทปโทรทัศน์ วิดีโอเทป เขียนข่าวตามรูปแบบของการเสนอข่าวที่ถูกต้องชัดเจน โปร่งใส และมี รายละเอียดตามความเหมาะสมสำหรับเรื่องหรือเหตุการณ์ที่เป็นข่าว

ซึ่ง 2 ขั้นตอนแรกนี้เป็นขั้นตอนที่ทำให้นักข่าวจะต้องเดินทางลงพื้นที่ทำงาน และเมื่อนักข่าวได้ข้อมูลและรายละเอียดของข่าวเรียบร้อยแล้ว นักข่าวจะส่งข่าวให้กับสำนักข่าว เพื่อพิจารณาก่อนเผยแพร่โดยการออกอากาศตามวัตถุประสงค์ ของการเสนอข่าวแก่ สาธารณชน

นอกจากนี้อาจจะมีกรณีพิเศษก็คือ การรายงานข่าวสดตรงมาจากสถานที่ที่เป็นข่าว เช่น ผลของการเลือกตั้ง สงครามใน พื้นที่จริงที่อยู่ในที่ห่างไกลในประเทศ ต่างประเทศ มุมใดมุมหนึ่งของโลก โดยผ่านอุปกรณ์การสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร เครื่องโทรสาร และอินเตอร์เน็ต

 

โดยหลักๆแล้ว นักข่าวหรือผู้สื่อข่าวต้องทำงานร่วมกับช่างภาพ เพราะในหลายๆครั้งที่นักข่าวจะต้องออกไปตามติดสถานการณ์ข่าวนอกสถานที่ และตำแหน่งที่ต้องไปด้วยเสมอนั้นก็คือ ช่างภาพ ที่จะต้องคอยเก็บภาพสถานการณ์เหล่านั้นเพื่อแผร่ภาพออกอากาศให้ผู้ชมที่ติดตามสถานการณ์ได้เห็นภาพเหล่านั้นสดๆ และเป็นภาพจริงตามเนื้อข่าว

นักข่าวก็จะต้องทำงานร่วมกับผู้ที่มีความรู้ในแต่ละด้าน โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าว เช่น บรรณาธิการหนังสือ นักวิชาการ เป็นต้น เพื่อเตรียมข้อมูล เตรียมข้อเท็จจริงสำหรับข่าว

ทีมงานอีกกลุ่มหนึ่งที่นักข่าวจะต้องทำงานด้วย คือ บรรณาธิการข่าวและโปรดิวเซอร์ข่าว ที่คอยควบคุมวิธีการนำเสนอข่าวที่ออกมา คัดกรองเรื่องราวของข่าวให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริงมากที่สุด

 

สถานที่ทำงานของนักข่าว คือ สถานีโทรทัศน์โดยจะอยู่ในสำนักข่าว หรือในปัจจุบันอาจจะมีสำนักข่าวโดยเฉพาะเพื่อทำข่าวออนไลน์

นักข่าวต้องทำงานที่ได้รับมอบหมายให้ทันตามกำหนดเวลาของการปิดข่าวหรือส่งต้นฉบับข่าว ซึ่งถ้าหากเป็นข่าวเร่งด่วนก็อาจจะต้องพร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ระยะเวลาทำงานของผู้สื่อข่าวไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับเหตุการณ์และความจำเป็นที่ต้องหาข่าว จึงอาจกล่าวได้ว่าผู้สื่อข่าวต้องทำงาน 24 ชั่วโมง

 

บุคลิกที่น่าจะเหมาะกับการเป็นผู้สื่อข่าวควรมีความสนใจความเคลื่อนไหวของข่าวสารทั่วโลก เป็นนักสังเกตการณ์ที่สามารถเข้าใจสถานการณ์นั้นๆ และสามารถสื่อสารรายงานข้อมูลข่าวสารได้ถูกต้องและเแม่นยำ ต้องมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีความอดทน ระมัดระวังและรอบคอบ สุขุม มีความรับผิดชอบสูงต่อทั้งแหล่งข่าว และต่อวิชาชีพ

นอกจากนี้ควรทำงานเป็นทีมได้ และพร้อมปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ต่างๆ ขณะปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี มีความกล้าในการปฏิบัติการ หรือการนำเสนอข่าว ที่บางครั้งอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต รวมถึงมีความเข้าใจในเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างถ่องแท้

ส่วนทักษะก็น่าจะเป็นเรื่องที่สามารถถ่ายภาพและใช้อุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารได้ทุกชนิด

 

อาชีพนักข่าสนั้นเงินตอบแทนอาจจะไม่ได้เยอะจนสามารถกอบโกยได้ แต่ก็สามารถเลี้ยงตัวและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี แต่อาชีพนักข่าวนั้นเป็นอาชีพที่มีคุณค่าทางใจ เราจะรู้สึกดีตอนที่ข่าวของเราได้ทำอะไรเพื่อสังคมได้บ้าง อีกทั้งยังเป็นสื่อกลางที่จะช่วยพัฒนาสังคมไปในทางที่ดีได้ เพราะสื่อเป็นสิ่งที่สามารถชักจูงผู้คนในสังคมให้ได้รับข้อมูลในทางที่ถูกต้องและดีงาม  ในบางครั้งสามารถกระตุ้นเตือนให้หยุดคิด และระลึกเหตุการณ์ความรุนแรง หรือให้กำลังใจต่อความสูญเสียต่างๆ หลายต่อหลายครั้งที่สื่อนั้นสามารถทำให้ครอบครัวพบกับผู้ที่สูญหาย หรือช่วยให้ผู้ที่ด้อยโอกาสทางสัมคมมีที่ยืนและมีคุณค่าเท่ากับคนอื่นๆ สื่อถือว่าเป็นกระบอกเสียงที่สำคัญมากในสังคมที่ขาดไปไม่ได้ แต่สังคมจะดีได้ก็ต่อเมื่อสื่อมีจรรยาบรรณที่ดีในการทำงาน

ในส่วนของระดับเงินเดือน ผู้สื่อข่าวที่ทำงานในองค์กรสื่อสารมวลชนของรัฐบาลจะได้รับค่าจ้างอัตราตามวุฒิการศึกษา ส่วนผู้สื่อข่าวที่ทำงานในองค์กรสื่อมวลชนภาคเอกชน ค่าตอบแทน สวัสดิการจะสูงกว่า เนื่องจากมีชั่วโมงทำงานที่ยาวนานกว่าผู้สื่อข่าวในหน่วยงานของรัฐ โดยผู้สื่อข่าวในสื่อของเอกชนจะได้รับค่าตอบแทนขั้นต่ำประมาณ 15,000 บาท ไม่รวมค่ายานพาหนะประจำเดือนเดือนละอีกประมาณ 2,000 – 4,000 บาท และสามารถเบิกค่าเลี้ยงรับรอง ค่าใช้จ่ายในการหาซื้อและค้นคว้าหาข้อมูล โดยจะพิจารณาเพิ่มเงินเดือนขึ้นไปเรื่อยๆตามความสามารถและประสบการณ์

หากเป็นทั้งนักข่าว และผู้ประกาศข่าวด้วยก็จะได้เงินพิเศษจากการอ่านข่าวนั้นเป็นรายเทป นอกเหนือไปจากสวัสดิการที่ได้รับตามหลักเกณฑ์ที่แต่ละองค์กรกำหนด  

ส่วนนักข่าวอิสระจะได้ค่าตอบแทนการเขียนข่าวเรื่องละประมาณ 2,000 ถึง10,000 บาท ตามความสำคัญและความยากง่ายของข่าว

 

ผู้ปฏิบัติงานในอาชีพผู้สื่อข่าว เมื่อชำนาญในการหาข่าว สร้างแหล่งข่าว และพัฒนาการทำข่าวจนเป็นที่น่าเชื่อถือของสำนักข่าว ประมาณ 1 – 2 ปี ก็จะได้รับการ เลื่อนตำแหน่ง หรือมีโอกาสไปศึกษาหรือดูงานสัมมนาร่วมกับสื่อมวลชนจากต่างประเทศ หรือได้รับทุนให้ไปศึกษาต่อจากเจ้าขององค์กรสื่อนั้นๆ และเมื่อมีอายุการทำงานมากขึ้นก็จะได้ทำงานในตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือสามารถเลือกทำงานกับสื่อแขนงอื่นๆ ได้ ตามความสามารถและความต้องการ และความมั่นคงของงาน ขึ้นอยู่กับความสามารถและการพัฒนาตนเองของผู้สื่อข่าว

หรือถ้าจะพัฒนาตัวเองออกมาเป็นผู้สื่อข่าวอิสระจะต้องมีประสบการณ์ทำงานและคอนเนคชั่นมาอย่างน้อย 3 ปี

 

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์พี่ต้นแบบอาชีพ ในกิจกรรม “ฟักฝันเฟส 2017” ปี พ.ศ. 2560