Web Designer

Web Designer

1. สภาพแวดล้อมในการทำงาน

สถานที่ทำงาน

งานเว็บดีไซน์เนอร์ จะมีทั้งงานที่เป็นงานประจำและงานฟรีแลนซ์ ซึ่งสถานที่ทำงานถ้าเป็นบริษัท เป็นออฟฟิศธรรมดา โดยแล้วแต่แต่ละที่จะมีการจัดสรรสถานที่อย่างไร อย่างของบริษัทพี่เราจะรวมกันหมดไม่ได้แบ่งแยกเป็นแผนกต่างๆ เพราะเราต้องมีการทำงานร่วมกัน คุยงานกันอยู่เสมอในทุกๆแผนก จึงสามารถนั่งรวมกันเพื่อให้ง่ายต่อการทำงาน แต่ถ้าเป็นบริษัทใหญ่ๆ ก็จะมีการแบ่งแผนกและที่นั่งอย่างชัดเจน เป็นฝ่าย Production  Marketing  และแผนกอื่นๆตามความเหมาะสม ซึ่งก็มีบ้างเหมือนกันที่น้องๆบางคนชอบทำงานในที่โปร่งๆ ก็จะยกคอมออกไปทำในสวนข้างนอก จริงๆก็แล้วแต่ว่าใครทำงานที่ไหนแล้วสบายใจกว่าเพราะเราเป็นงานไอเดีย ต้องใช้สมาธิและความคิดสร้างสรรค์สถานที่ทำงานจึงเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำงาน ส่วนงานฟรีแลนซ์นั้นสามารถทำได้ทุกที่แล้วแต่ความถนัดของแต่ละคน 

สภาพการทำงาน

พี่ทำงานที่บริษัท opendrem เราจะทำงานเกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีที่ไม่ได้จำกัดการทำงานแค่เว็บไซต์เท่านั้น ยังรวมไปถึง application ในโทรศัพท์มือถือ เกม Event  หน้าที่หลักคือการรับผิดชอบครีเอทโครงสร้างของเว็บไซต์ เพื่อการโฆษณาสินค้าและบริการหรือองค์กร โครงการรณรงค์ต่างๆ รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลของสถาบันหรือหน่วยงานของสถานประกอบการณ์เพื่อนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์ ให้กับผู้ที่สนใจต้องการรับรู้ข้อมูลข่าวสารในเรื่องนั้นๆ ซึ่งสภาพการทำงานของงานประจำกับฟรีแลนซ์นั้นแตกต่างกันตรงที่ งานประจำจะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการทำงานที่ไม่ต้องลงทุนเอง การเป็นบริษัทจะมีทีมที่ใหญ่ขึ้นคอย support งานมีการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ติชม ทำให้เรารู้ว่าเรามีข้อผิดพลาดอะไรบ้าง เกิดการเรียนรู้และพัฒนางานให้ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งงานฟรีแลนซ์อาจจะดีตรงที่มีอิสระทางด้านความคิดสามารถตัดสินใจลงมือทำได้เลย มีการเริ่มงานและจบงานได้ด้วยตัวเอง บริหารเวลาและการทำงานด้วยตัวเองซึ่งในเรื่องของความรับผิดชอบนั้น ทั้งงานประจำและฟรีแลนซ์ต่างก็ต้องมีในการทำงานเท่าๆกัน แต่การทำงานบริษัทจะมีความกดดันในเรื่องของเวลาและความรับผิดชอบด้วยระบบการทำงาน ทำให้บริษัทจึงมีความแข็งแรงในเรื่องของความรับผิดชอบมากกว่า

ประเภทของลูกค้า

ลูกค้าจะแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ 

  1. แบบ Commercial คือ จะเป็นบริษัทใหญ่ที่ต้องการการโฆษณาสินค้าหรือบริการ เพื่อมุ่งหวังผลกำไรและการโปรโมทในวิธีต่างๆ ลูกค้าในรูปแบบนี้ก็จะมีความต้องการเป็นของตัวเองค่อนข้างเนอะ มีการทำงานที่เป็นระบบมีการแก้ไขและตรวจงานอยู่บ่อยครั้ง
  2. เป็นองค์กรการกุศล มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่ทำเพื่อสังคม ที่มียังขาดการโปรโมทในด้านเทโนโลยีต่างๆ เราจะนำความรู้ทางด้านเทคโนโลยีเข้าไปช่วยองค์กร อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การดีไซน์อย่างเดียวเท่านั้นแต่รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี ไปช่วยแก้ไขปัญหาขององค์กรอีกด้วย ซึ่งไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในรูปแบบใดก็แล้วแต่ เราจะไม่ได้มองว่าเป็นลูกค้า แต่มองว่าเป็น partner กัน เมื่อ partner มีความต้องการที่นอกเหนือ หรือ เราดูแล้วว่ามันไม่จำเป็นต้องใส่ในงานก็จะมีการแนะนำให้ฃทราบว่าไม่จำเป็นเพราะอะไร เพื่อไม่ให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มโดยไม่จำเป็น และเราจะต้องดูว่าองค์กรนี้ที่ให้เราทำเว็บไซต์ มีเอกลักษณ์หรือรูปแบบเฉพาะตัวอย่างไร เราก็จะดึงตัวตนขององค์กรนั้นออกมาในดีไซน์ ให้ได้มากที่สุด เพราะเว็บไซต์เป็นอะไรได้มากกว่านามบัตรที่บอกว่าองค์กรนี้เป็นใคร แต่ยังสามารถอัพเดทข่าวสารความคืบหน้าและความแข็งแรงขององค์กรได้อย่างดีทีเดียว

อาชีพนี้ต้องทำงานร่วมกับอาชีพ/ตำแหน่งงานใดบ้าง

เว็บดีไซน์เนอร์ต้องทำงานร่วมกับทุกคนแล้วแต่ช่วงเวลาและลำดับของการทำงานนั้นๆ 

  1. ตำแหน่ง Upcoming จะร่วมงานกันในช่วงแรกค่อนข้างเยอะเพราะตำแหน่งนี้จะเป็นคนที่ ติดต่อรับงานจากลูกค้าเข้ามา และตรวจเช็คว่ามีทีมไหนที่เหมาะและสามารถทำงานขิ้นนี้ของลูกค้าได้ จะทำงานคล้ายกับ AE (Account Executive) คือการติดต่อประสานงานกับลูกค้าโดยตรง เป็นตัวกลางในในการแก้ไขข้อขัดแย้งต่างๆระหว่างลูกค้าและทีมฝ่ายผลิตในองค์กรเพื่อให้เกิดความพอใจสูงสุดของทั้งสองฝ่าย และยังเป็นคนประสานงานกับทีมต่างๆภายในองค์กรอีกด้วย 
  2. Web Developer คือ ผู้ที่มีหน้าที่ในการพัฒนาระบบ อาจจะมองได้ในส่วนของการ Research การค้นคว้าวิจัย เทคโนโลยีใหม่ ๆ ในการประมวลผลเว็บไซต์ และเป็นคนคอยให้คำแนะนำ ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของงาน หากคุณต้องการพัฒนาระบบอะไรบางอย่าง เช่น เว็บบอร์ด ระบบห้องสนทนา แชทรูม ระบบตะกร้าสินค้า ระบบ E-commerce ระบบสมาชิก ระบบเหล่านี้จำเป็นจะต้องมี Web Developer เพื่อสร้างระบบ พัฒนาระบบเหล่านี้ให้ 
  3. Web Programmer คือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการเขียนโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ เขียน coding ภาษาคอมพิวเตอร์ scripting language  สำหรับงานพัฒนาเว็บไซต์บนโลกออนไลน์ สร้างเอกสารเว็บเพจ (Webpage)  พัฒนาระบบ (Application)  ตามสเปคที่กำหนดของ Output งานทำเว็บไซต์แต่ละชิ้นเป็นตำแหน่งที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเรื่องภาษาคอมพิวเตอร์ในการออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์ และขณะเดียวกันก็ต้องสามารถเลือกใช้เครื่องมือในการพัฒนาได้อย่างเหมาะสมกับตนเองหรืองานที่ได้รับมอบหมาย
  4. Tester คือ คนที่คอยตรวจสอบงาน เมื่อประกอบมาเป็นรูปเป็นร่างแล้วขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือไม่ ก่อนที่จะทำการส่งลูกค้า หรือ ออกเผยแพร่จริง 

2. คุณลักษณะของงาน

เป้าหมายของงาน/โจทย์ใหญ่ของงาน/ความท้าทายของงาน

พี่คิดว่าความท้าทายคือ ทำอย่างไรให้งานที่เราทำไม่ซ้ำแบบเดิม แม้ว่าโจทย์ของงานจะมีความใกล้เคียงหรือเหมือนกัน แต่เราก็จะขยับการดีไซน์ให้มีการพัฒนาขึ้นไปในทางที่ดีหรือแปลกใหม่ การที่เราไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ในการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ  ดูงานในรูปแบบใหม่ๆ ก็จะช่วยในเรื่องนี้ได้เพราะการสร้างสรรค์คือหัวใจของการทำงาน ดีไซน์เนอร์

Work process

  1. Upcoming จะเป็นคนหางานจากลูกค้ามาให้ทีมที่เหมาะสม ณ ตอนนั้น และจะบอกโจทย์ที่ลูกค้าต้องการให้เราทำว่ามีอะไรบ้าง
  2. เราต้องดูก่อนว่าลูกค้าเป็นใคร องค์กรอะไร และต้องการให้งานออกมาในรูปแบบไหน จากประสบการณ์ที่ทำงานผ่านมา เราจะสามารถรู้ได้ว่าองค์กรไหนเหมาะกับเว็บไซต์แบบใด เช่น หากเป็นองค์กรเกี่ยวกับเด็ก เราก็จะมาเลือกรูปแบบ โทนสี และ รายละเอียดต่างๆว่า คาแรคเตอร์เป็นเด็กแบบไหน เราจะทำงานออกมาให้มีมิติและเรื่องราว ตีโจทย์ของงานให้กลม      
  3. ลองวางรูปแบบงานคล่าวๆตามโจทย์ที่ได้รับมาแล้วนำไปเสนอกับลูกค้า ว่าต้องการปรับปรุงแก้ไขหรือเพิ่มในส่วนใด 
  4. เมื่อเริ่มออกแบบงานไปในระดับนึง Upcoming จะนำงานไปคุยกับ Web Developer ว่ารูปแบบงานที่เราทำออกมานี้ต้องมีการปรับปรุงแก้ไขส่วนนไหนหรือไม่ สามารถทำได้ง่ายหรือยากมีความเหมาะสมเพียงใด หากมีการแก้ไขงานก็จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไขตาม comment ของ Web Developer ซึ่งการทำงานที่นี่จะเน้นในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ซึ่งทุกคนสามารถ comment งานของเราได้หากจะทำให้งานนั้นๆมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  5. จะมีการประชุมงานของเว็บดีไซน์เนอร์สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อนำงานที่ตัวเองทำมาแลกกัน comment ช่วยกันดู เปิด Reference เพื่อชี้แจงงาน และให้เหตุผลของงาน เสนอสิ่งที่เราคิดว่ามันคืออะไร จะมีคำถามต่างๆจากเพื่อนเว็บดีไซน์เนอร์เพื่อให้เราเห็นข้อบกพร่องของตัวเอง และปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น 
  6. Tester   เราจะนำงานที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วมา Test กับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ทั้งจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ tablet เพื่อตรวจสอบดูว่าสามารถใช้งานได้จริง มีอะไรตกหล่น และมีความสวยงามเพียงพอหรือไม่ 
  7. ส่งงานให้กับลูกค้าหากไม่มีอะไรต้องแก้ไข งานก็จะถูกนำเข้าระบบออนไลน์หรือช่องทางต่างๆที่ลูกค้าต้องการ 

Career path/ความก้าวหน้าของสายอาชีพ

  1. ตำแหน่งเริ่มต้นงานของ เว็บดีไซน์เนอร์ คือ จูเนียร์เว็บดีไซน์เนอร์ (junior web designer) ที่จะต้องเข้ามาเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการทำงานจริงในแต่ละขั้นอย่างละเอียด โดยมีรุ่นพี่ ซีเนียร์เว็บดีไซน์เนอร์ หรือผู้ที่มีประสบการในการทำงานเป็นคนคอยให้คำแนะนำและสอนงาน โดยต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงาน มีความรับผิดชอบ มีพัฒนาการในการทำงานที่ดี จึงจะได้รับโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งขึ้นไป
  2. ซีเนียร์เว็บดีไซน์เนอร์ (senior web designer) เป็นคนที่มีประสบการณ์ในการทำงานมาก มักเป็นผู้อาวุโส จะเป็นคนควบคุมโปรเจค มีอำนาจในการดูแลและตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ 
  3. คลีเอทีฟ (Creative) เมื่อเรามีประสบการณ์ในการทำงานเว็บดีไซน์มากพอสมควรแล้ว ก็สามารถปรับเปลี่ยนสายงานมาเป็นคลีเอทีฟสำหรับเว็บไซต์ได้ จะต้องทำงานในกระบวณการคิดและสร้างสรรค์ ออกไอเดียใหม่ๆในมิติที่กว้างขึ้น 
  4. บางคนอาจนำประสบการณ์ที่มีมาเปิดบริษัทหรือโฮมออฟฟิศเป็นของตัวเอง เพื่อจัดการบริหารและควบคุมระบบการทำงานด้วยตัวเอง ซึ่งนอกจากประสบการณ์แล้วยังต้องมีคอนเนคชั่นที่จะทำให้งานของเราถูกบอกต่อ และมีลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยต้องมีความรับผิดชอบมากเพราะต้องดูแลทั้งตัวงานทั้งหมด ควบคุมการทำงานของคนทั้งบริษัท รักษาระดับและคุณภาพของงานให้ดีและพัฒนาขึ้นไปเสมอ

บุคลิก นิสัยของคนที่เหมาะจะทำอาชีพนี้

  1. ต้องเป็นคนที่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น แม้ในบางครั้งเราจะมีความคิดที่ขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน แต่การรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นนั้นจะทำให้งานของเรานั้นมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และเป็นการพัฒนาฝีมือของเราด้วย ยอมรับความจริงที่ว่าการทำงานด้านการดีไซน์นั้น การแก้งานเป็นเรื่องปกติ 
  2. ต้องมีความคิดสร้างสรรค์เฉพาะตัว รู้จักสังเกตุสิ่งรอบตัว ประยุกต์และดัดแปลงชิ้นงานให้ออกมาได้ตรงตามความต้องการ 
  3. เป็นคนชอบค้นคว้าและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ เพราะการทำงานดีไซน์นั้นจะต้องมีความแปลกใหม่ การรับสื่อและได้เห็นงานใหม่ๆเป็นเรื่องที่สำคัญ   ในบางทีที่เราดูงานไว้อาจจะยังไม่ได้ใช้ ณ ขณะนั้น แต่เมื่อมีโจทย์เข้ามาทำให้เราต้องดึงความรู้หรือสิ่งที่เคยผ่านตามาใช้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยในการคิดงานของเราราบรื่นมากยิ่งขึ้น เพราะเคยเห็น เคยเรียนรู้มาแล้ว รู้ว่าจะต้องต่อยอดสิ่งที่ได้รับโจทย์มาจากตรงไหนได้บ้าง 

3. คุณค่าและผลตอบแทน

ผลตอบแทน

เงินเดือนจะถูกพิจารณาจากความสามารถและประสบการณ์ โดยตอนที่เราสมัครงานนั้นเขาจะดู portfolio และเทียบกับเงินเดือนที่เราเสนอมาว่าเหมาะสมหรือไม่ โดยมีเกณฑ์มาตรฐานในการผ่านงาน(โปร) 4 เดือน หลังจากนั้นจะดูการพัฒนาเป็นปีๆ โดยจะมีการเรียกคุยสอบถามว่าในการทำงานที่ผ่านมานั้นได้รับประสบการณ์อะไรบ้าง และมีพัฒนาในการทำงานอย่างไรบ้าง แล้วต้องทำอะไรเพิ่มบ้างเพื่อให้เหมาะสมกับเงินเดือนที่เพิ่มมากขึ้นในแต่ละปี

คุณค่าของอาชีพนี้ต่อคนรอบข้างและสังคม 

ในการทำเว็บไซต์นั้นสิ่งที่มุ่งหวังมากกว่าการทำผลงานออกมาให้น่าสนใจ คือการทำงานเพื่อสังคมด้วยยกตัวอย่างเช่น งานที่ผ่านมาของเรา แอพพลิเคชั่นเกมในมือถือ ชื่อเกมว่า สายฟ้าตะลุยน้ำท่วมเป็นเกมที่ให้เด็กๆและผู้ใหญ่ที่สนใจ ได้สนุกกับการพาสายฟ้าไปหาแม่ในตอนที่น้ำท่วมและต้องผ่านด่านต่างๆไปให้ได้ นอกจากจะทำให้สนุกสนานแล้ว ยังได้รู้ว่าตอนน้ำท่วมเขาต้องเตรียมตัวอย่างไร และต้องทำอะไรบ้าง เป็นต้น โดยเรานำความรู้ที่มีในเรื่องของการดีไซน์มาสร้างเป็นเครื่องมือหรือสื่อบางอย่างที่จะสามารถเคลียเรื่องยากๆให้เข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้นด้วยวิธีที่สนุกสนานและน่าสนใจ เพื่อให้ข้อมูลเข้าถึงทุกกลุ่ม เมื่อมีความน่าสนใจก็ทำให้สาระความรู้นั้นๆถูกกระจายไปได้ง่ายในวงกว้างและอาจทำให้เกิดการพัฒนาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างของคนในสังคมได้

4. ทักษะ ความรู้ ความสามารถ

  1. มีความรู้และประสบการณ์ในการใช้โปรแกรมขั้นพื้นฐานของงานดีไซน์ คือ Photoshop และ Illustrator จะต้องใช้สองโปรแกรมนี้ในการปฏิบัติและลงมือทำชิ้นงานออกมา โดยเมื่อมีประสบการณ์และความสามารถมากขึ้น อาจมีเทคนิคหรือการใช้โปรแกรมอื่นๆเพิ่มเข้ามา พยายามเรียนรู้โปรแกรมอื่นๆไว้เพื่อความหลากหลายในการดีไซน์ หรือเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับทักษะของตน 
  2. มีความรู้ด้านดีไซน์และพื้นฐานศิลปะ งานดีไซน์ที่ดีนั้นต้องมีความสวยงาม ดูกลมกลืน และเข้ากับสิ่งที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย เราจะนำพื้นฐานด้านศิลปะมาช่วยในการสร้างสรรค์ความสวยงามเหล่านั้น และการที่มีพื้นฐานที่ดีจะทำให้เราสามารถทำงานออกมาได้ใกล้กับไอเดียที่วางเอาไว้มากที่สุด  ต้องหมั่นศึกษาเกี่ยวกับเว็บดีไซน์และกราฟฟิกดีไซน์ตามช่องทางต่างๆ อยู่เสมอเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้

5. เครื่องมือที่ใช้ในอาชีพนั้น

อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในงานเว็บดีไซน์เนอร์ก็คือ  คอมพิวเตอร์  เราจะใช้คอมพิวเตอร์ตั้งแต่  Process แรก ในการคิดรูปแบบของงาน หา reference และเริ่มการออกแบบในโปรแกรม Photoshop ก่อนที่จะนำงานออกแบบนั้นเข้าไปจัดการต่อ ให้กลายเป็นเว็บในโปรแกรม word press หรือ Dreamweaver ซึ่งแล้วแต่ความถนัดของแต่ละบุคคล โดยโปรแกรม Dreamweaver จะเป็นโปรแกรมพื้นฐาน โดยจะมีวิธีเขียนโค้ด effect เรียกว่าการตัด css ให้ซึ่งจะดีกว่าการทำให้มี effect ด้วย flash

 

*ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ในปี พ.ศ. 2557