แนวคิดดีๆ ในการประกอบอาชีพสถาปนิก : OPENWORLD

ดวงฤทธิ์ บุนนาค (พี่ด้วง)
สถาปนิก

จาก กิจกรรม OPENWORLD: เปิดโลกสายอาชีพสถาปัตย์ วันที่ 1 ตุลาคม 2558

แรงบันดาลใจที่ทำให้พี่มาประกอบอาชีพนี้

“มันไม่ได้มาจากคิดว่าเราชอบหรือว่ามีแรงบันดาลใจ แต่ว่าเรามองจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราแล้วอะไรมันเวิร์คที่สุด”

มันเริ่มมาจากการที่ผมมีคุณลุงเป็นสถาปนิก แล้วก็ได้ใช้ชีวิตอยู่ในแวดวงอยู่ในออฟฟิศของคุณลุงมาตั้งแต่เด็กๆ ก็คือจะไปเยี่มลุงทุกๆเสาร์ อาทิตย์ ก็จะไปเจอแล้วก็ได้สัมผัสชีวิต มันก็ทำให้เราได้เห็นว่าอาชีพสถาปนิกมันหน้าตาเป็นอย่างไร แล้วก็ตอนที่จะเริ่มเลือกว่าจะรียนด้านไหน เราก็ได้ลองพิจารณาดูตัวเองว่าจริงๆแล้วความถนัดเรามีอะไรบ้าง ตอนแรกเราก็อยากเป็นวิศวกรทางด้านนิวเคลียร์ แต่คนเค้าก็ถามกันว่าจะไปทำอาชีพอะไร จะหากินอย่างไร เราก็เริ่มมาดูตัวเองว่า เราวาดรูปได้นะและเราชอบตรรกะของวิทยาศาสตร์ ตอนนั้นสถาปนิกก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับคนที่มีความถนัดเรื่องของการวาดรูปและก็มีทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์พอสมควร ก็เลยคิดว่าโอเค มันไม่ได้มาจากคิดว่าเราชอบหรือว่ามีแรงบันดาลใจ แต่ว่าเรามองจากสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเราแล้วอะไรมันเวิร์คที่สุด แล้วก็คิดว่ากาเป็นสถาปนิกเวิร์ค 

อะไรหรือทำไมที่ทำให้คิดว่าอาชีพนี้ใช่สำหรับตัวเรา

“เราอยากทำงานดีๆ เราอยากทำให้คนต่างชาติเห็นว่าสถาปนิกไทยที่มีความสามารถและมีความตั้งใจ”

จริงๆตอนเริ่มเรียนก็คิดว่ามันเริ่มพอไปได้ มันก็มีบางจุดเหมือนกันที่เราเรียนแล้วเรารู้สึกอาจจะไม่ใช่ ทำไมเราทำได้ไม่ดี เราทำแล้วมันท้อถอย แต่เราก็ก้าวข้ามจุดเหล่านั้นไปแล้วก็ยังทำต่อไปเรื่อยๆมันก็จะผ่านไปถึงอีกจุดหนึ่งที่มันต้องทำแบบนี้ ก็เริ่มทำเป็น ตอนเรียนก็เริ่มมองเห็นแล้วว่าฉันจะเป็นสถาปนิก ปี3ก็ค่อนข้างมั่นใจแล้วว่าจะเป็นสถาปนิกแน่ๆ ก็มีเส้นทางมาเย้ายวนหลายเส้นทางเหมือนกัน บางคนก็มาชวนไปเป็นนักแต่งเพลงบ้าง มันก็มีบางครั้งที่เหมือนจะออกไปนอกเส้นทางแต่เราก็ยืนหยัดว่าเราอยากเป็นสถาปนิก เราอยากทำงานดีๆ เราอยากทำให้คนต่างชาติเห็นว่าสถาปนิกไทยที่มีความสามารถและมีความตั้งใจ ตั้งแต่ปี3เป็นต้นมาก็ตั้งเข็มเลยว่าจะเป็นสถาปนิกจริงๆจังๆ พอจบมาก็ทำงานในสายอาชีพนี้มาโดยตลอด

กว่าจะมาถึงจุดนี้เริ่มต้นอย่างไร

“ทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการที่ตัดสินใจลงมือทำ”
 
เริ่มจากลงมือทำ ก็คือเริ่มจากเล็กไปใหญ่เริ่มจากเป็นลูกจ้างเค้าก่อนก็ทำงานมา 9 ปี มีไปเรียนต่อบ้าง และก็มาเปิดบริษัทของตัวเองประมาณ15-16 ปีที่แล้ว จริงๆทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการที่ตัดสินใจลงมือทำ ตอนเปิดบริษัทเองก็เป็นช่วงเวลาซึ่งเค้าปิดกัน ช่วงปี41 เป็นความคิดที่ค่อนข้างจะสวนกระแสนิดหน่อยแต่เราคิดว่าเราก็ลงมือทำตอนนี้แหละ เดี๋ยวเราไม่ได้ทำ ก็เริ่มลงมือทำไปเรื่อยๆ เราลงมือทำตลอดเวลาเลย ไม่หยุดเลย ก็ทำไปเรื่อยๆ ก็เจออุปสรรคตลอดทางเป็นระยะๆแต่ว่าเราก็ก้าวข้ามตรงนั้นและทำต่อไป

สิ่งที่ชอบที่สุดของอาชีพสถาปนิก เสน่ห์ ความท้าทาย

“มันเป็นตอนที่งานเสร็จ ในช่วงเวลาที่งานมันเสร็จแล้วเราเดินเข้าไปในงานเราครั้งแรกเรามีความสุขมาก”

มันเป็นตอนที่งานเสร็จ ในช่วงเวลาที่งานมันเสร็จแล้วเราเดินเข้าไปในงานเราครั้งแรกเรามีความสุขมาก มันเป็นการสร้าง มันเหมือนเราสร้างอะไรบางอย่างขึ้นมาแล้วมันเป็นความมหัศจรรย์จากความว่างเปล่า เราสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา และก็จะเริ่มมีคนเดินเข้ามาในตึกที่เราออกแบบ เค้าก็เริ่มชื่นชม มันเป็นความคิดที่อยู่ในหัวเราและมันออกมาอยู่ตรงหน้าเค้า มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดมากเหมือนมีคนเดินอยู่ในหัวเรา มันบอกไม่ถูกจริงๆมันเป็นความสุข ผมว่าช่วงเวลาแบบนี้แหละมันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรายังอยู่ในอาชีพนี้ต่อไปได้ มันจะเป็นช่วงเวลาประมาณ15-20นาทีเอง เวลาที่เราเดินเข้าไปในงานเราครั้งแรกและเรามีความสุข มันเป็นความสุขซึ่งคุ้มค่ากับความพยายามในการสร้างงาน2-3ปีในการทำงานนั้น

คำว่าประสบความสำเร็จคืออะไร และอยู่ตรงไหน

“บางคนก็บอกว่ามีเงินเท่านี้คือสำเร็จ มีชื่อเสียงเท่านี้คือสำเร็จ เราไม่เคยมีเป้าหมายแบบนั้น เราคิดว่าทุกวันเรามีความสำเร็จของเรา”

ผมว่ามันเริ่มจากตอนที่เรารู้สึกพอใจกับสิ่งที่เราทำ เวลาที่ผมทำอะไรบางอย่างผมไม่ได้มีเป้าหมายว่าการที่จะประสบความสำเร็จมันต้องแบบนี้ๆๆ เราไม่เคยมีมาตรฐานกับคำว่าความสำเร็จ บางคนก็บอกว่ามีเงินเท่านี้คือสำเร็จ มีชื่อเสียงเท่านี้คือสำเร็จ เราไม่เคยมีเป้าหมายแบบนั้น เราคิดว่าทุกวันเรามีความสำเร็จของเรา ทุกวันเราก็จะทำอะไรให้มันสำเร็จลงในแต่ละวัน เราก็คิดว่าเราสำเร็จแบบนั้นทุกวัน เพราะฉะนั้นถ้าตราบใดที่ยังสนุกกับสิ่งที่เราทำอยู่ มีความสุขกับมัน และยังตื่นเต้นกับสิ่งที่เราทำก็ถือว่าประสบความสำเร็จ และตราบใดที่เรายังสร้างงาน สร้างความแตกต่างให้กับตัวเราเอง สร้างความแตกต่างให้กับผู้อื่นที่อยู่รอบข้างเราก็คือประสบความสำเร็จ

หลักยึด แนวคิด ความเชื่อ ในการประกอบการทำงาน

“หลักคิดอันนึงที่ผมใช้บ่อยก็จะเป็นเรื่องของการที่เราทำงานบนพื้นฐานในการสร้างความแตกต่างให้กับผู้อื่น”

มีเยอะมาก หลายร้อยเรื่อยเลย หลักคิดอันนึงที่ผมใช้บ่อยก็จะเป็นเรื่องของการที่เราทำงานบนพื้นฐานในการสร้างความแตกต่างให้กับผู้อื่น มีคนหลายคนถามเราเหมือนกันว่าเราทำไปทั้งหมดนี้ทำไม เราทำอาชีพสถาปนิกไปทำไม เราสร้างตึกไปทำไม เราคิดว่าชั่วขณะที่มันสำคัญที่สุดคือตอนที่ตึกของเราได้สร้างความแตกต่างหใ้กับคนที่เดินเข้าไป เค้าอาจจะชอบมัน เค้าอาจจะมีความสุขที่อยู่ในนั้น นั่นอาจจะเป็นสาเหตุทั้งหมดที่ทำให้เราทำอาชีพนี้ ผมคิดว่าอันนั้นคือปรัชญาของผม ก็คือการที่เราสร้างความแตกต่างให้กับผู้อื่น เราทำงานนี้ไปทั้งหมดเพื่อสร้างความแตกต่าง

การประกอบอาชีพกับชีวิต มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

“มันไม่มีชีวิตสถาปนิก ชีวิตทำงาน ชีวิตส่วนตัว ทุกอย่างมันเป็นเรื่องเดียวกันไปหมดเลย”

สำหรับอาชีพสถาปนิกผมคิดว่ามันเป็นเรื่องเดียวกัน คือมันไม่มีชีวิตสถาปนิก ชีวิตทำงาน ชีวิตส่วนตัว ทุกอย่างมันเป็นเรื่องเดียวกันไปหมดเลย ก็คือวิธีที่เราใช้ชีวิตมันเป็นเรื่องเดียวกัน เราสามารถอยู่ได้ด้วยการใช้ชีวิตแบบสถาปนิกทั้งแบบนอกบ้านและในบ้านได้ตลอด เพราะฉะนั้นเราก็จะเป็นสถาปนิกข้างนอกนั่นด้วยและก็เป็นสถาปนิกข้างในบ้านเราด้วย มันเป็นชีวิตเดียวกัน บางครั้งมันก็แยกกันแทบไม่ออกเลย เวลาส่วนตัวหรือเวลาทำงานก็ปนกันมั่วไปหมด บางทีเวลางานก็กลายเป็นเวลาส่วนตัว เวลาส่วนตัวก็กลายเป็นเวลางานบ้าง แต่มันก็เป็นชีวิตซึ่งถามว่าต้องไปทุ่มเทให้กับมันทั้งชีวิตไหม ก็ใช่ แต่มันก็มีความสุขอีกแบบหนึ่ง มันเป็นความสุขที่ประหลาด

คำว่าอาชีพหมายความว่าอย่างไร

“อาชีพมันเป็นเรื่องที่ทำให้คนมองเรากลับมาว่าเราอยู่ที่ไหนในสังคม”

อาชีพสำหรับผมมันก็เป็นที่ๆเรายืน มันเป็นที่ๆเราสามารถยืนมาจากการทำงานว่าชีวิตนี้เราจะพูดถึงตัวเองว่าอะไรในการที่ทำให้เรามีชีวิตอยู่ได้ ดำรงชีวิตอยู่ได้ ผมว่ามันไม่ใช่เรื่องเงินเรื่องเดียว อาชีพมันเป็นเรื่องที่ทำให้คนมองเรากลับมาว่าเราอยู่ที่ไหนในสังคม มันเป็นสิ่งที่เราใช้อ้างอิงตัวเองในสังคมด้วย ผมว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญและก็มันเป็นมากกว่าเรื่องเงิน เพราะฉะนั้นการที่เรามีอาชีพมันทำให้เรามีที่อ้างอิงในสังคม

อยากฝากอะไรถึงน้องๆที่สนใจอยากจะเป็นสถาปนิก

“ต้องเตรียมตัวให้พร้อมว่าถ้าเค้ามาทางนี้แล้วเค้าต้องไปทั้งตัวและก็ไปให้สุดตัว และเค้าจะสนุกกับมันมาก”

ก็ทำใจให้เบิกบานครับ มันเป็นอาชีพซึ่งทำงานหนัก เป็นอาชีพที่เหนื่อยเหมือนกันต้องทุ่มเทเยอะ เป็นอาชีพที่ต้องทำอะไรเยอะมากเลยเพื่อที่จะให้ได้ผลลัพท์ที่ดี แต่มันก็มีความคุ้มค่าของมันอยู่ที่มันบรรยายไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องพร้อมที่จะกระโดดลงไปตรงนั้น แล้วเวลาที่กระโดดลงไปก็ต้องกระโดดลงไปสุดตัวเลย มันไม่มีวิธีที่เค้าจะแหย่เท้าไปข้างหนึ่งแล้วเผื่อถอย มันจะสนุกมากถ้าเกิดเวลาที่กระโดดลงไปทั้งตัว ผมเปรียบเทียบเหมือนการว่ายน้ำ เพราะว่าเวลาคุณจะว่ายน้ำคุณเอาเท้าแหย่ไปข้างหนึ่งมันไม่ใช่การว่ายน้ำ มันจะเริ่มว่ายน้ำตอนที่คุณกระโดดลงไปทั้งตัวและเริ่มเริงร่าอยู่ในน้ำ อาชีพสถาปนิกเป็นแบบนั้นต้องกระโดดลงไปทั้งตัวแล้วคุณจะสนุกกับมัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เค้าจะต้องทำก็คือต้องเตรียมตัวให้พร้อมว่าถ้าเค้ามาทางนี้แล้วเค้าต้องไปทั้งตัวและก็ไปให้สุดตัว และเค้าจะสนุกกับมันมาก

สนใจข้อมูลอาชีพสถาปนิก : https://www.a-chieve.org/information/detail/architech

รู้จักกิจกรรม OPENWORLD ให้มากขึ้น : https://www.a-chieve.org/experience/openworld

ทีมงานธุรกิจเพื่อสังคม a-chieve ขอขอบคุณพี่ๆ ต้นแบบอาชีพใจดีทุกท่าน มา ณ ที่นี้ด้วย