22 ข้อ 22 เป้าหมายดูแลใจให้แข็งแรงรับปี 2022

22เป้าดูแลใจ2022

ปีใหม่นี้ แอดมินได้รวบรวม 22 ข้อ 22 เป้าหมายที่น่าสนใจ จากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต อยากชวนทุกคนได้ลองทำเพื่อ “ดูแลใจ” ตัวเองให้แข็งแรงรับปี 2022 กันนนนน
.
แต่ก่อนจะไปลงมือทำ แอดมินอยากบอกกับทุกคนว่า การเปลี่ยนแปลงนั้น อาจเป็นเรื่องยาก ต้องใช้เวลา ขอให้ใจดีกับตัวเองเข้าไว้ ปล่อยให้ตัวเองมีความรู้สึก และให้อภัยตัวเองสำหรับความผิดพลาด เราอยู่ที่นี่และทำดีที่สุดแล้ว และนั่นคือสิ่งที่สำคัญมากพอ จะให้เราลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองทีละนิด ทีละน้อย ช้าๆ แต่ว่ามั่นคงนะ

1. พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองมากขึ้น
เปิดใจให้กับคนรอบตัวมากขึ้น ทั้งในเรื่องความรู้สึก ความกังวล หรือความหวังของตัวเราเอง บอกเล่าความรู้สึกอันหลากหลายเหล่านี้กับพวกเขา วิธีนี้จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับปัญหาทางอารมณ์ได้ รู้สึกเสมือนยกภูเขาออกจากอก

2. ยอมรับตัวเองในแบบที่เป็น
เมื่อเราเติบโตขึ้น เราต้องยอมรับความจริงที่ว่า เราไม่สามารถเป็นเหมือนใครได้ นอกจากทบทวนจุดอ่อนของตัวเอง อยากชวนให้ลองมองหาคุณลักษณะใดๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา ที่ทำให้เราเป็นตัวเราที่สุด สิ่งนี้จะส่วนช่วยสร้างความภาคภูมิใจในตนเองและช่วยให้เรารับมือกับปัญหาที่ยากลำบากในชีวิตได้

3. ตั้งชื่อให้กับอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง
หลายครั้งที่เรามีความรู้สึกบางอย่าง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่า “มันคือความรู้สึกอะไร” ลองตั้งชื่อให้กับอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นดูสิ เช่น เราอาจเรียกความรู้สึกนั้นว่า “ความอิดโรย” เพราะมันทำให้เราเหนื่อยและเศร้า ถึงแม้จะไม่ได้กำลังทำอะไร หรือตั้งชื่อเล่นให้กับมันก็ได้ เช่น เราอาจเรียกความกังวลของตัวเองว่า บรูซ เราสามารถบอกได้ว่า “วันนี้บรูซทำให้ฉันรู้สึกแย่” การตั้งชื่อให้มันจะทำให้เราสำรวจตัวเองขณะคิดชื่อ และหาทางจัดการมันได้ง่ายขึ้น

4. ตั้งเป้าหมายในกิจวัตรประจำวัน
การตั้งเป้าหมายง่ายๆ ในกิจวัตรประจำวัน เช่น รีดชุดนักเรียน ล้างจานให้เสร็จ ช่วยเติมพลังทางอารมณ์ จุดประกายความรู้สึกบรรลุผลสำเร็จ อย่าลืมขอบคุณและเขียนบันทึกสิ่งที่ตัวเองทำได้สำเร็จในแต่ละวันด้วยนะ

5. เคลื่อนไหวร่างกายบ่อยๆ
ช่วยสร้างความรู้สึกตื่นตัวกระปรี้กระเปร่าให้กับร่างกาย การออกกำลังกายทุกวัน จะรักษาความภาคภูมิใจให้กับตัวเองและป้องกันภาวะซึมเศร้าได้ด้วยนะ

6. ลองนั่งสมาธิ
สมองของเราเหมือนกับคอมพิวเตอร์ ที่มีหน่วยความจำในการทำงานเพียงจำนวนหนึ่งเท่านั้น นั่นเป็นสาเหตุที่อารมณ์เชิงลบอย่างความวิตกกังวลและความเครียด ส่งผลให้คิดอะไรไม่ค่อยออก วนอยู่กับความคิดเดิมๆ การทำสมาธิจะให้เราอยู่กับปัจจุบัน เราจะใจเย็นลงและโฟกัสกับสิ่งที่ต้องทำได้มากขึ้น

7. ปล่อยให้ตัวเองเสียใจกับการสูญเสีย
เราต้องอนุญาตให้ตัวเองไว้ทุกข์กับความสูญเสียในชีวิตได้บ้าง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อย ยอมรับว่าความเศร้าโศกของเรามีจริง และมองหากิจกรรมที่ปลดปล่อยมันออกไป อย่างการลองปลูกต้นไม้ หรือหาสิ่งของที่แสดงถึงการสูญเสียของคุณ เช่น บัตรประจำตัวสอบที่สอบไม่ผ่าน แล้วฝังไว้

8. หยุดพักเมื่อรู้สึกเศร้า
การลาเรียน หรือลางานในวันที่รู้สึกเศร้าหรือหดหู่ จะช่วยให้เราได้พักผ่อนและเติมพลัง เมื่อเราเริ่มรู้สึกหนักใจหรือเครียด ให้หยุดและถามตัวเองว่า “ความเครียดระดับนี้ทำให้ฉันมีปัญหาหรือไม่?” “ฉันสามารถระบุสาเหตุได้หรือไม่?” “ฉันสามารถเปลี่ยนแปลงอะไรเล็กๆ น้อยๆ ในวิถีชีวิตของฉันได้บ้าง?” “ฉันขอให้อนุญาตตัวเองได้กินเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น ออกกำลังกาย มีสติ พักผ่อนและนอนหลับ” สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเผชิญกับความรู้สึกเศร้าคือการไม่ลืมใจดีกับตัวเอง

9. เขียนสิ่งที่กวนใจก่อนนอน
การนอนไม่หลับ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ลดช่วงความจำและสมาธิ และเพิ่มโอกาสเป็นโรคซึมเศร้า การเขียนความคิด ความรู้สึก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่รบกวนจิตใจในช่วง 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน จากนั้นขยำกระดาษแล้วโยนทิ้ง การแสดงท่าทางเชิงสัญลักษณ์นี้ช่วยให้เรามีกำลังใจ จิตใจสงบ และหลับได้ดีขึ้น

10. คิดบวกเข้าไว้
มองปัญหา อุปสรรค หรือสิ่งที่ทำให้ใจขุ่นมัว ด้วยพลังบวกเข้าไว้ แม้จะเป็นปัญหาที่ยากจะแก้ไข แต่ก็ช่วยให้เราได้เกิดการเรียนรู้ การพยายามมองโลกในแง่ดีไม่ได้หมายความว่า การเพิกเฉยต่อด้านที่ไม่ดีของชีวิต มันหมายถึงการมุ่งเน้นด้านบวกให้มากที่สุด เพื่อสร้างสมดุลให้ความคิดความรู้สึกของเรา

11. ทดลองสมัครเป็นอาสาสมัคร
การเป็นอาสาสมัคร จะบรรเทาความรู้สึกเหงา และขยายเครือข่ายสังคมของเรา เริ่มต้นด้วยการตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น ทำงานอาสาสมัครสัปดาห์ละครั้ง หรือแม้แต่เดือนละครั้งก็ได้

12. เห็นอกเห็นใจตัวเอง
ฝึกการเห็นอกเห็นใจตนเองแทนการตำหนิ เมื่อบางอย่างไม่สำเร็จ วิธีที่ง่ายที่สุดวิธีหนึ่งในการทำเช่นนั้นคือการถามตัวเอง (และตอบอย่างตรงไปตรงมา) ว่า “ตอนนี้ฉันต้องการอะไร”

13. ขอความช่วยเหลือ
ยอมรับว่าเราสามารถขอความช่วยเหลือได้ บางครั้งเราทุกคนรู้สึกเหนื่อยหรือหนักใจกับความรู้สึกของเราหรือเมื่อสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามแผน ถ้าเรารู้สึกว่าเริ่มรับมือไม่ได้ ให้ขอความช่วยเหลือจากครอบครัว เพื่อน หรือคุณครู ที่พร้อมยื่นมือเข้ามาซัพพอร์ต เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่พร้อมรับฟังเราได้

14. ทำสิ่งที่ชอบ
เราชอบทำอะไร ทำกิจกรรมอะไรได้ดีบ้าง? การมีความสุขกับตัวเองสามารถช่วยเอาชนะความเครียดได้ นอกจากนี้การทำกิจกรรมที่ชอบอาจทำให้เราค้นพบว่าสิ่งๆ นั้นเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีและมีความเชี่ยวชาญ การได้ทำอะไรบางอย่างยังช่วยเพิ่มความภาคภูมิใจในตนเองอีกด้วย 

15. ทานอาหารให้มีประโยชน์
สมองจำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรงและทำงานได้ดี เชื่อกันว่าฟลาโวนอยด์ คาเฟอีน และธีโอโบรมีนในช็อกโกแลตจะทำงานร่วมกัน และทำให้สมองตื่นตัวและทำงานได้ดีขึ้น การทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสมอง จะช่วยให้สุขภาพจิตดีตาม ลองค้นหาเมนูบำรุงสมองจากอินเทอร์เน็ตดูสิ

16. ทดลองทำอะไรใหม่ๆ
การลองทานอาหารร้านใหม่ แต่งนิยาย ระบายสี หรือทำกิจกรรมที่ยังไม่เคยทำ จะช่วยให้จิตใจได้ออกผจญภัยและค้นหาสิ่งที่ชอบได้เพิ่มขึ้น

17. แสดงความรัก
แสดงออกถึงความรักกับคนที่เรารัก ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว เพื่อน ครู หรืออื่น ๆ ด้วยการกระทำหรือคำพูดบางอย่าง การแสดงออกถึงความรักที่เหมาะสมจะช่วยให้ความสัมพันธ์พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นและช่วยให้จิตใจมีความสุขมากขึ้น

18. หัวเราะ
ออกไปเที่ยวหรือพูดคุยกับเพื่อนที่อารมณ์ดี ดูหนังตลก หรือดูวิดีโอน่ารักๆ เสียงหัวเราะช่วยลดความวิตกกังวล

19. ฝึกให้อภัย
ให้อภัยคนที่ทำให้เรารู้สึกลบ การให้อภัยช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น สร้างความพึงพอใจกับชีวิตมากขึ้น

20. ขอบคุณหรือชื่นชมผู้คนรอบตัว
อาจส่งข้อความถึงคนที่เรารู้สึกอยากขอบคุณ หรือชื่นชมในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ การขอบคุณหรือชื่นชมผู้อื่นทำให้สมองสร้างความสุขเพิ่มขึ้น

21. ฝึกเต้น
การเต้นช่วยลดระดับคอร์ติซอล (ฮอร์โมนความเครียด) และเพิ่มเอ็นดอร์ฟิน (สารเคมีที่ “รู้สึกดี” ในร่างกาย)

22. หาเวลาทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัวหรือเพื่อน
พักชีวิตจากหน้าจอหนึ่งวัน ตัดการเชื่อมต่อจากการแจ้งเตือน Social Media ใช้เวลาทำอะไรสนุกๆ กับใครสักคนแบบเห็นหน้ากัน เช่น ลองทำอาหารร่วมกัน เดินสวนสาธารณะหรือเล่นบอร์ดเกมด้วยกัน ผู้คนมีแนวโน้มที่จะรู้สึกมีความสุขมากกว่า 12 เท่าในวันที่พวกเขาใช้เวลากับเพื่อนและครอบครัว 6 – 7 ชั่วโมง

การมีสุขภาพจิตที่ดีจะสามารถช่วยให้เราพบความสงบกับชีวิตและเข้าใจตัวเองมากขึ้น สุขภาพจิตที่ดีสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและความรู้สึกเกี่ยวกับชีวิตได้ เราจะค้นพบแง่มุมใหม่ ๆ ในตัวเอง การตั้งเป้าหมายอาจดูเป็นเรื่องท้าทายในทางบวก แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองไป มองหาวิธีการรับมือกับความท้าทายนี้ในแบบที่เป็นตัวเอง และเบาสบาย มอบของขวัญให้ตัวเองเป็นสุขภาพจิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมในปี 2022 นี้กันเถอะ 

เครดิต
https://www.mhanational.org/31-tips-boost-your-mental-health

#MentalHealth #NewYearsResolution #NewYearsResolution2022
#achieveอาชีพที่ใช่ชีวิตที่ชอบ