รู้จัก 8 ประเภทของโรคซึมเศร้า ที่เราอยากให้คุณเข้าใจ

เพราะความรู้สึกเศร้าอาจเป็นมากกว่าความรู้สึก มันอาจกลายเป็นอาการหรือโรคทางอารมณ์ หรือที่เรียกกันว่า “โรคซึมเศร้า” ความเศร้าเหล่านั้นล้วนเกิดจากเหตุการณ์ในชีวิตของเรา หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในสมองทำให้โรคซึมเศร้ามีความซับซ้อนหลากหลายมากกว่าแค่ “รู้สึกเศร้า” วันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจโรคซึมเศร้าประเภทต่างๆ เพื่อช่วยให้ได้พิจารณาสำรวจตรวจสอบอารมณ์และเตรียมความพร้อมที่จะพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง

1. โรคซึมเศร้า Major Depression (Clinical Depression)
โรคซึมเศร้า หรือโรคประสาทซึมเศร้า เป็นโรคทางจิตเวชที่เกี่ยวข้องกับสื่อประสาทในสมอง ผู้ที่เป็นซึมเศร้าเบื้องต้นจะต้องมีความรู้สึกเศร้าอย่างต่อเนื่องหรือขาดความสนใจในสิ่งเร้าภายนอก หรือ อาการต่อไปนี้อย่างน้อย 5 อาการในทุกๆ วัน เป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ได้แก่ นอนไม่หลับ เซื่องซึม เบื่ออาหารหรือทานอาหารมากเกินไป เหนื่อยง่าย ไม่มีสมาธิ รู้สึกเบื่อ ท้อแท้สิ้นหวัง ไม่อยากมีชีวิตอยู่ ซึ่งต้องได้รับการประเมินจากจิตแพทย์

2. โรคซึมเศร้าแบบดิสทีเมีย หรือโรคซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymia)
เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคซึมเศร้าที่เกิดขึ้นในระยะยาวนานกว่า 2 – 5 ปี ซึ่งคงอยู่นานหลายปีและรบกวนชีวิตประจำวัน การงาน และความสัมพันธ์ ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าชนิดนี้ มักจะมีความทุกข์ใจตลอดเวลาแม้ในโอกาสที่สนุกสนานโดยทั่วไป พวกเขาอาจถูกมองว่าเป็นคนมองโลกในแง่ร้าย หรือขี้บ่น ซึ่งเป็นภาวะที่พวกเขากำลังรับมือกับความเจ็บป่วยทางจิตเรื้อรัง อาการของโรคซึมเศร้าเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นและหายไปได้เมื่อเวลาผ่านไป และความรุนแรงของอาการสามารถเปลี่ยนแปลงได้ โดยมักจะเวียนมาทำให้ผู้ป่วยเกิดอารมณ์ซึมเศร้า ทุก ๆ 2 เดือนหรืออาจเร็วกว่านั้น

3. โรคซึมเศร้าแบบไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ (Bipolar Disorder)
โรคซึมเศร้าประเภทนี้รู้จักกันในชื่อ โรคอารมณ์สองขั้ว หรือ ไบโพลาร์ เป็นภาวะสุขภาพจิตที่ทำให้อารมณ์แปรปรวนอย่างรุนแรงและเปลี่ยนแปลงพลังงาน ความคิด พฤติกรรม ของผู้ป่วยสลับไปมา ได้แก่ ช่วงที่มีอาการคึกคัก สนุกสนาน พลังงานสูง เรียกว่าช่วงเมเนีย สลับกับ ช่วงที่ซึมเศร้า หดหู่ ไม่มีเรี่ยวแรง เรียกว่าช่วงซึมเศร้า ซึ่งการแปรปรวนทางพฤติกรรมและอารมณ์นี้ไม่มีกำหนดระยะเวลาแน่ชัด อาจสลับแปรปรวนในหนึ่งสัปดาห์ หรือเป็นเดือนก็ได้

4. โรคซึมเศร้าหลังคลอด (Postnatal Depression)
เรียกอีกชื่อว่า Baby Blue ภาวะเบบี้บลูส์เป็นเรื่องปกติสำหรับคุณแม่ที่เพิ่งคลอด และจะมีแนวโน้มลดลงภายใน 1 หรือ 2 สัปดาห์ โดยคุณแม่จะรู้สึกเศร้า หดหู่ และมีอาการเหมือนกับโรคซึมเศร้าทั่วไป ซึ่งมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างมากหลังจากการคลอดบุตร ผลสำรวจพบว่าผู้หญิงประมาณ 1 ใน 7 คนจะมีอาการเบบี้บลูส์ การเตรียมการรับมือกับสุขภาพจิตหลังคลอดจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องวางแผนสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

5. โรคซึมเศร้าตามฤดูกาล (Seasonal Affective Disorder – SAD)
เป็นภาวะซึมเศร้าประเภทหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ข้อสังเกตหนึ่งที่เราจะสามารถสังเกตผู้ที่ป่วยซึมเศร้าประเภทนี้ได้คือ มักจะเกิดขึ้นและหายไปในช่วงเวลาเดียวกันในแต่ละปี สำหรับหลายๆ คน อาการอาจเริ่มต้นให้เห็นในฤดูใบไม้ร่วงและต่อเนื่องไปจนถึงเดือนฤดูหนาว แม้ว่า SAD จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูร้อนก็ตาม โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงที่ทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง เหนื่อยล้า และหมดความสนใจหรือทำกิจกรรมต่างๆ ได้ง่าย สาเหตุที่แท้จริงของโรคอารมณ์แปรปรวนตามฤดูกาล (SAD) ยังคงไม่ชัดเจน แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสารในสมองอย่างรวดเร็ว

6. โรคซึมเศร้าแบบจิตหลอน (Psychotic Depression)
เป็นภาวะซึมเศร้าที่มีอาการประสาทหลอนร่วมด้วย เช่น เห็นภาพหลอน หูแว่ว ได้กลิ่นแปลกปลอม หรือหลงว่าตัวเองเป็นคนอื่น ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าที่ขยายอาการไปในระดับรุนแรง โดยผู้ป่วยโรคซึมเศร้าจะมีอาการนำ หรือประวัติซึมเศร้ามาระยะเวลาหนึ่ง จนรุนแรงมากขึ้น แล้วจึงเกิดอาการโรคจิตตามมา

7. กลุ่มอาการซึมเศร้าก่อนมีประจำเดือน (Premenstrual Dysphoric Disorder – PMDD)
เป็นโรคทางอารมณ์ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนขณะมีประจำเดือน ถึงแม้จะมีผู้หญิงมากถึง 85% ที่ประสบกับภาวะอารมณ์แปรปรวนจากการมีประจำเดือน แต่มีเพียง 5% ของผู้หญิงเท่านั้นที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น PMDD ตามการศึกษาใน American Journal of Psychiatry ซึ่งกลุ่มอาการเหล่านี้จะแตกต่างจากภาวะแปรปรวนจากการมีประจำเดือนทั่วไป คือ จะมีความเศร้าขั้นรุนแรง หรือความวิตกกังวลในระดับมาก ที่ส่งผลเสียต่อการใช้ชีวิตปกติ การเรียน และการทำงาน บางรายอาจเกิดความคิดอยากฆ่าตัวตายได้ ภาวะ PMDD มักเกิดขึ้นซ้ำทุกเดือนก่อนและระหว่างมีประจำเดือน อาการมักจะเริ่ม 7 – 10 วันก่อนมีประจำเดือนและความรุนแรงจะลดลงภายใน 2 – 3 วันหลังจากเริ่มมีประจำเดือน อาการจะหายไปอย่างสมบูรณ์จนถึงช่วงก่อนมีประจำเดือนครั้งถัดไป

8. โรคซึมเศร้าที่เกิดจากความผิดปกติของการปรับตัว (Reactive Depression/ Adjustment Disorder)
ภาวะซึมเศร้าตามสถานการณ์หรือที่เรียกว่าภาวะซึมเศร้าที่เกิดจากความผิดปกติของการปรับตัว เป็นภาวะซึมเศร้าระยะสั้นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด สามารถเกิดขึ้นได้หลังจากที่บุคคลประสบเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจหรือเจอการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวันของพวกเขา ตัวอย่างของเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามสถานการณ์ เช่น การหย่าร้าง การเกษียณอายุ การสูญเสียเพื่อน การเจ็บป่วย และปัญหาความสัมพันธ์ ภาวะซึมเศร้าตามสถานการณ์จึงเป็นความผิดปกติของการปรับตัว ที่เกิดจากการพยายามต่อสู้ดิ้นรนของแต่ละคนเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คนส่วนใหญ่ที่ประสบภาวะซึมเศร้าตามสถานการณ์จะเริ่มมีอาการภายในประมาณ 3 เดือนหลังจากประสบกับเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงกระทันหัน

 

หากใครที่กำลังอ่านอยู่นี้และกำลังเผชิญหน้ากับความเศร้า อาจมองว่า ทุกอย่างในชีวิตประจำวันที่เคยง่ายก็รู้สึกยากมากขึ้น การออกไปทำงาน สังสรรค์กับเพื่อน หรือแม้กระทั่งการลุกจากเตียงอาจทำให้รู้สึกเหมือนกับว่าต้องใช้พลังงานมหาศาลในการรับมือ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเท่าทันความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ว่าความเศร้านั้นช่างยาวนานและกัดกินชีวิตไปทีละน้อย เราอยากขอแนะนำให้ลองพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการรักษา อย่ากังวลหรือกลัวว่าสิ่งนี้คือเรื่องผิดปกติ เพราะความเศร้า คือ ธรรมชาติของมนุษย์ เราไม่จำเป็นต้องฝืนธรรมชาติ แค่เปิดใจและเรียนรู้ที่จะรับมือกับมันในวันที่ความเศร้ามาเยือน

สำหรับใครที่ยังลังเล หรือมองหาคนรับฟังที่เข้าใจและมีประสบการณ์การสนับสนุนเด็ก เยาวชน คุณครู และบุคคลากรด้านการศึกษา สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญได้ที่ 

 

อ้างอิง
https://bit.ly/3II95Hl

 

#achieveอาชีพที่ใช่ชีวิตที่ชอบ
#ดูแลใจ #MentalHealth #Depression #ซึมเศร้า