ถึงเธอจะเศร้า… แต่เราเข้าใจ

เศร้าเข้าใจ01

เมื่อคนที่เราห่วงใยต้องเผชิญกับความรู้สึกเศร้า ความผิดหวัง ความสูญเสีย เราต่างอยากจะอยู่ตรงนั้นเพื่อปลอบประโลมบรรเทาความรู้สึกเศร้าให้หายไป แต่มันอาจเต็มไปด้วยคำถามว่า “แล้วฉันควรจะทำอย่างไรดี” “ฉันควรพูดหรือทำอะไร” เพราะการต่อสู้ดิ้นรนกับอารมณ์ความรู้สึกเจ็บปวดนั้นอาจมาพร้อมกับความหดหู่ใจ ความโกรธ ความรู้สึกผิด และความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง บ่อยครั้ง พวกเขายังรู้สึกโดดเดี่ยว ตัวคนเดียวท่ามกลางความเศร้าโศกนั้น ซึ่งเป็นภาวะที่ยากจะเข้าใจและรับมือ แต่เพียงแค่ถามว่า “คุณรู้สึกอยากพูดไหม” ก็สามารถทำให้คนที่เรารักรับรู้ว่าเราพร้อมรับฟัง เราจึงขอนำเสนอวิธีสื่อสาร ปลอบประโลมและรับฟังผู้ที่กำลังอยู่ในภาวะเศร้า สำหรับเป็นคู่มือสบตากับความเศร้าอย่างอกอย่างเข้าใจ

 

1. เข้าใจธรรมชาติของความเศร้า
ยิ่งเข้าใจธรรมชาติของความเศร้ามากเท่าไร ก็จะยิ่งรับมือกับความเศร้าได้ดีมากขึ้น การเข้าใจธรรมชาติของความเศร้าจึงเป็นสิ่งที่ควรทำความเข้าใจเป็นอันดับแรกๆ ก่อนลงมือสื่อสารหรือดูแลคนอื่น

ธรรมชาติของความเศร้า คือ

  • ความเศร้าไม่มีขั้นตอนตายตัว ไม่ได้คลี่คลายเป็นลำดับขั้นที่สามารถคาดเดาได้
    มันอาจรู้สึกเหมือนเป็นรถไฟเหาะตีลังกาที่สะเทือนอารมณ์ ยากจะคาดเดา ภาวะโศกเศร้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้น พยายามอย่าบอกคนที่เรารักว่าพวกเขา “ควร” รู้สึกหรือทำอะไร
  • ความเศร้าโศกอาจส่งผลต่อพฤติกรรมที่รุนแรงและอาจมีอารมณ์อื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ความรู้สึกผิด ความโกรธ ความสิ้นหวัง และความกลัว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ในภาวะเศร้าเราอาจอยากจะตะโกนส่งเสียงดัง หมกมุ่นคิดวนไปมา เฆี่ยนตีตัวเอง หรือร้องไห้เป็นชั่วโมง เราอยากชวนให้สื่อสารให้พวกเขามั่นใจ ว่าสิ่งที่พวกเขารู้สึกเป็นเรื่องปกติ และไม่ตัดสินพวกเขาด้วยมุมมองส่วนตัว
  • ความเศร้าไม่มีกำหนดเวลา บางคนสามารถรับมือกับความเศร้าได้ง่ายและสามารถฟื้นความรู้สึกตัวเองได้ในเวลาสั้นๆ แต่กับบางคนอาจเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลายาวนาน อาจเป็นเดือนหรือเป็นปี ควรระมัดระวังให้ไม่เผลอกดดันคนที่เรารักให้เดินหน้าต่อไปให้ได้หรือทำให้พวกเขารู้สึกว่าพวกเขาเศร้าโศกนานเกินไป ขอให้เชื่อมั่นเสมอว่า แม้ความเศร้าจะคงอยู่ยาวนานแต่ความเศร้าไม่คงอยู่ตลอดไป จะมีวันที่พวกเขากลับมายิ้มได้อีกครั้งแน่นอน

2. “ฉันรับรู้เรื่อง… มา”
การหลีกเลี่ยงคำพูดหรือถ้อยคำบางอย่าง จะทำให้ผู้ฟังสัมผัสได้และยิ่งรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่เป็นเรื่องไม่ปกติ การพูดถึงสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาว่าเรารับรู้ถึงความเสียใจนั้น เช่น “ฉันรับรู้มาว่าเพื่อนของคุณเสียชีวิต” การพูดถึงความตายและความสูญเสียอย่างเปิดเผย จะแสดงให้เห็นว่าเราเปิดใจที่จะพูดถึงความรู้สึกของคนที่กำลังเศร้าจริงๆ

3. “ฉันเสียใจจริงๆ ที่รู้ว่า…”
แสดงออกถึงความรู้สึกห่วงใยของเราที่มีต่อสถานการณ์นั้นๆ เราสามารถใช้ถ้อยคำธรรมดาๆ เช่น “ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆ ที่สิ่งนั้นเกิดขึ้นกับเธอ” “ฉันไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไร แต่ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันห่วงใย” และสื่อสารกับเขาด้วยความจริงใจ

4. “อยากเล่าให้ฉันฟังไหม”
การเล่าเรื่องซ้ำเป็นวิธีการประมวลผลและยอมรับความเศร้าโศก การเล่าซ้ำแต่ละครั้งความเจ็บปวดจะลดลง ขั้นตอนนี้ต้องการการฟังอย่างอดทนและเห็นอกเห็นใจ ไม่ตัดสินควบคู่ไปด้วย

5. “ตอนนี้เธอรู้สึกอย่างไร”
อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเรารู้ว่าผู้ที่กำลังโศกเศร้านั้นรู้สึกอย่างไร ความเศร้าของมนุษย์แตกต่างกัน หากเราเคยประสบความเศร้าในสถานการณ์ที่คล้ายกัน อาจแบ่งปันประสบการณ์นั้นได้ แต่ความเศร้าโศกนั้นเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่เข้มข้น ไม่มีใครเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้เหมือนกันทุกประการ ดังนั้นพยายามอย่าสรุปคำพูดว่า “เรารู้” ว่าเขารู้สึกอย่างไร หรือเปรียบเทียบความเศร้าโศกของเรากับพวกเขา ให้เน้นไปที่การฟัง และขอให้คนที่เรารักบอกว่าพวกเขารู้สึกอย่างไร

6. “ไม่เป็นไรเลยนะ ถ้าเธอจะร้องต่อหน้าฉัน”
ยอมรับความรู้สึกของคนที่กำลังเศร้า บอกให้เขารู้ว่าไม่เป็นไรที่จะร้องไห้ โกรธ หรือตัดพ้อ อย่าพยายามให้เหตุผลกับพวกเขาว่าควรหรือไม่ควรรู้สึกอย่างไร แม้อาจดูไม่สมเหตุสมผลก็ตาม ความเศร้าโศกเป็นประสบการณ์ทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งและส่วนบุคคล จำเป็นต้องปล่อยให้ความเศร้าดำเนินอย่างอิสระที่จะแสดงความรู้สึก

7. “ฉันอยู่ข้างๆ เสมอ”
ผู้ที่กำลังโศกเศร้าเต็มไปด้วยรู้สึกหลากหลาย ความรู้สึกผิดที่ทำให้ผู้อื่นลำบากใจ หรือความกลัวที่จะถูกตัดสินเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผู้ที่กำลังเศร้าไม่อยากพูดอะไร ในบางครั้งการนั่งเงียบๆ อยู่ข้าง ๆ ก็เป็นวิธีที่ดีที่สุด ไม่กดดันถ้าผู้ที่กำลังเศร้าไม่อยากพูด เพราะความผ่อนคลายสำหรับพวกเขาอาจเป็นการได้ทิ้งตัวอยู่ใกล้ ๆ ใครสักคนเงียบๆ หากคิดไม่ออกว่าจะพูดอะไร ก็แค่สบตา บีบมือ หรือกอดเพื่อสร้างความมั่นใจว่า “ฉันอยู่ตรงนี้เสมอถ้าเธอต้องการ”

8. “ฉันช่วยอะไรเธอได้บ้าง”
ถามความต้องการของผู้ที่กำลังโศกเศร้าว่าเราช่วยอะไรได้บ้าง หรืออาจเสนอตัวทำบางสิ่งบางอย่างที่เราทำได้ เช่น “ให้ฉันพาเธอออกไปหาอะไรกินดีไหม” หรือ “ต้องการให้ฉันนั่งอยู่ข้างๆ ไหม” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ควรเร่งเร้าหรือคาดคั้นจนทำให้เขารู้สึกว่าถูกบังคับ ควรเปิดพื้นที่รับฟัง เคารพการตัดสินใจ ให้พวกเขารู้ว่าเราจริงใจที่จะช่วยเหลือเขาออกจากความเศร้าเสมอ เมื่อเขาพร้อม

ในการสื่อสาร เราอาจกังวลใจว่าคำพูดของเราจะยิ่งทำให้คนฟังรู้สึกแย่ลงไปอีกในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้เมื่อเราห่วงใยใครสักคนอย่างแท้จริง แต่อย่าปล่อยให้ความรู้สึกกังวลนี้ปิดกั้นตัวเองไม่ให้กล้าเผชิญหน้ากับผู้ที่กำลังเศร้าโศก เพราะพวกเขากำลังต้องการการสนับสนุนและแรงใจจากคนที่รักมากกว่าครั้งไหนๆ
สิ่งที่เราสื่อสารออกไปอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดหรือถูกต้องที่สุด แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญของความเข้าใจผู้ที่กำลังเศร้าทั้งหมด สิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถทำได้สำหรับคนที่กำลังเศร้าคือการอยู่ตรงนั้น ให้เขารับรู้ว่าเราจะอยู่ข้างๆ โดยไม่ตัดสินอะไร และพร้อมจะเคียงข้างเขาในการรับมือกับความเจ็บปวดและค่อยๆ เริ่มฟื้นตัว

สำหรับใครที่อยาก support คนใกล้ตัวแต่ไม่มั่นใจว่าจะเริ่มอย่างไรดี สามารถปรึกษาทีมงานได้ที่ https://www.facebook.com/achieve.org

ข้อมูลอ้างอิง
Melinda Smith, M.A., Lawrence Robinson, and Jeanne Segal, Ph.D. https://www.helpguide.org/articles/grief/helping-someone-who-is-grieving.htm

#achieveอาชีพที่ใช่ชีวิตที่ชอบ
#ดูแลใจ