Unhappy Ending : รู้จักกลุ่มอาการซึมเศร้าหลังดูหนัง

 

เคยเป็นไหม ดูซีรีส์จบไปนานแล้ว แต่ยัง Move On กับฉากเศร้าของเรื่องไม่ได้ซักที
จริงๆ แล้ว อารมณ์เศร้าหรือหดหู่หลังจากชมภาพยนตร์ที่เต็มไปด้วยอารมณ์สะเทือนใจ เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ ที่เราอาจเผลออินไปกับอารมณ์ ตัวละคร เรื่องราว หรือฉากในภาพยนตร์ แต่ในบางครั้งความเศร้าเหล่านั้นก็คงอยู่กับเราไปยาวนาน จนอาจปรากฏออกมาในรูปแบบที่เรียกว่ากลุ่มอาการซึมเศร้าหลังดูหนัง หรือ Post Movie Depression Syndrome ลองสังเกตอาการเหล่านี้แล้วเช็กดูหน่อยสิว่า ตอนนี้เรากำลังเข้าข่ายอยู่หรือเปล่า

 

ภาวะซึมเศร้าหลังภาพยนตร์จบ เกิดขึ้นได้อย่างไร
The Urban Dictionary ให้ความหมายไว้ว่า กลุ่มอาการซึมเศร้าหลังภาพยนตร์จบเป็นความเศร้าที่เกิดขึ้นหลังจากดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ที่น่าสนใจ เป็นความรู้สึกขมขื่นที่ผู้คนอาจประสบเมื่อภาพยนตร์จบลง แต่พวกเขาไม่ต้องการให้มันจบลงแบบในหนัง ผู้ที่ประสบภาวะนี้มักรู้สึกใกล้เคียงกับอาการอกหัก

หลักการทางจิตวิทยาสามารถอธิบายได้ว่า เมื่อเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับเรื่องราวที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจากภาพยนตร์ หนังสือ ซีรีส์ เราจะถูกดึงดูดเข้าสู่แฟนตาซี โรแมนติก ดราม่า และแอ็คชั่น เควิน ฟอส (Kevin Foss) ผู้เชี่ยวชาญด้านความวิตกกังวลอธิบายเพิ่มเติมว่า ตลอดช่วงเวลาที่ภาพยนตร์ดำเนินไป เรามักจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตัวละครที่เรารู้จักมากที่สุดและจบลงด้วยการเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทางอารมณ์ของพวกเขา เช่น เมื่อตัวละครประสบชัยชนะ เราก็รู้สึกได้รับชัยชนะไปด้วย

ดังนั้นเมื่อภาพยนตร์จบลง มันจึงเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะแยกทางกับตัวละคร บางครั้ง อารมณ์ที่เราประสบขณะแยกทางจากภาพยนตร์อาจคล้ายกับอารมณ์ที่เราสูญเสียคนที่รักไป

 

ผู้ที่อยู่ในภาวะซึมเศร้าหลังภาพยนตร์จบ จะมีสภาพอารมณ์บางประการดังนี้
1. มีอาการซึมเศร้า
รู้สึกเศร้าหรือหดหู่ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน ไม่มีความสุข ไม่อยากจะทำอะไร
2. ไม่สามารถดูภาพยนตร์เรื่องอื่นได้
เมื่อประสบกับความเศร้าจากการดูภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ก็อาจทำให้จิตใจสร้างกลไกบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกเศร้านี้อีกในอนาคต โดยเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการชมภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ ด้วย
3. ต้องดูเรื่องเดิมซ้ำๆ วนฉากเดิมๆ เพื่อให้สัมผัสอารมณ์และความรู้สึกเดิมอีกครั้ง
บางคนอาจกลับไปดูภาพยนตร์หรือซีรีส์เรื่องนั้นซ้ำ เพื่อสัมผัสอารมณ์และความรู้สึกนั้นอีกครั้ง หรืออาจมองหาสิ่งที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์เรื่องนั้นในรูปแบบอื่นๆ เช่น ซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้อง ฟังเพลงประกอบภาพยนตร์ อ่านแฟนฟิคชัน (Fan fiction) เป็นต้น

 

แล้วเราจะจัดการกับภาวะนี้อย่างไรดี?
1.สำรวจสาเหตุที่ทำให้เราเศร้า
แม้เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกเศร้าหรือหดหู่หลังจากชมภาพยนตร์ แต่ต้องกลับมาพิจารณาว่า อะไรที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้น เช่น ฉากเศร้าในภาพยนตร์บางเรื่องอาจตรงกับความทรงจำที่ไม่ดีของเราทำให้เรารู้สึกเศร้า เมื่อเราเข้าใจสาเหตุ เราก็จะจัดการอารมณ์ได้ง่ายขึ้น

2.หากิจกรรมอื่นมาเบี่ยงเบนโฟกัส
เมื่อซีรีส์จบจะทำให้เรามีเวลาเหลือเฟือ เราสามารถใช้ช่วงเวลาพิเศษทั้งหมดนี้พาตัวออกห่างจากหน้าจอซักพัก แล้วลงมือทำกิจกรรมที่เคยตั้งใจไว้แต่เลื่อนออกไปเพราะไม่มีที่ว่างในตารางเวลา ตอนนี้ได้เวลาแล้วล่ะ! การใช้เวลากับงานอดิเรกเป็นวิธีจัดการกับความรู้สึกเศร้าหรือความว่างเปล่าที่ดีวิธีหนึ่ง

3. พูดคุยกับคนอื่น
วิธีที่ดีในการมูฟออนจากซีรีส์ที่เรารัก คือการพูดคุยกับคนอื่น คุยกับเพื่อนที่รับชมเรื่องเดียวกัน หรืออาจเขียนถึงความรู้สึกและอารมณ์ของเราจากการรับชมก็ได้ หรืออ่านความเห็นจากคอซีรีส์จากแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อเชื่อมต่อกับแฟนๆ จากทั่วโลก ซึ่งจะทำให้เราได้พูดคุยเกี่ยวกับตัวละครและฉากที่เราประทับใจ ตอนจบที่ทำเราเสียน้ำตา หรือฉากที่เราไม่ชอบ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น มุมมองที่แตกต่างกันในฉากเดียวกันหรือการตีความในมุมใหม่ก็ได้

4. รับชมซ้ำหรือย้อนดูฉากโปรด
การดูฉากโปรดซ้ำเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการจัดการกับอารมณ์เศร้าในช่วง 2 – 3 วันแรกหลังจากภาพยนตร์จบ การชมฉากซ้ำจะทำให้ได้ทบทวนส่วนที่ดีที่สุดของการแสดงอีกครั้ง หรือทำให้หวนนึกถึงประสบการณ์ทั้งหมดอีกครั้ง การชมซ้ำยังเป็นการมองหามุมมองใหม่ๆ ตีความประเด็นใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจเนื้อเรื่องมากกว่าเดิม

5. มองหาภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ
มองหาซีรีส์ใหม่เพื่อเติมเต็มช่องว่างในหัวใจที่หายไป แม้อาจรู้สึกยากที่จะต้องตัดใจดูเรื่องใหม่ แต่ก็คุ้มค่าที่จะลอง เพราะภาพยนตร์เรื่องใหม่ๆ ก็อาจนำเราไปสู่ความเพลิดเพลินใหม่ๆ ที่ไม่เคยเจอมาก่อน ลองเปลี่ยนจากภาพยนตร์เศร้าเป็นเรื่องตลกคอเมดี้เบาสมองเพื่อผ่อนคลาย พร้อมเมื่อไหร่ค่อยกลับมาเสียน้ำตากับภาพยนตร์ดราม่าต่อ

 

ภาพยนตร์ช่วยให้เราปลดปล่อยอารมณ์และทำให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่า ภาพยนตร์ยังช่วยให้บุคคลแสดงอารมณ์ได้ง่ายขึ้น เนื่องจากภาพยนตร์หรือซีรีส์ทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นอารมณ์ อย่างไรก็ตาม เราไม่จำเป็นที่จะต้องหลีกเลี่ยงภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเศร้าเสมอไป เพราะภาพยนตร์เศร้าก็ช่วยให้ผู้ชมได้ไตร่ตรองชีวิตตนเองเพิ่มขึ้น ทั้งยังเป็นการเยียวยาประสบการณ์เชิงลบอีกด้วย ขอแค่รู้เท่าทันอารมณ์ ปล่อยให้อารมณ์เศร้าได้เป็นไปตามธรรมชาติ และมองหาใครสักคนที่เราไว้ใจเพื่อพูดคุยขอความช่วยเหลือหากต้องการ

อ้างอิง
– https://bit.ly/3EtQjD2
– https://bit.ly/3xD4N1Z

 

#achieveอาชีพที่ใช่ชีวิตที่ชอบ
#ดูแลใจ #MentalHealth #Depression #ซึมเศร้า