เทคนิคค้นหาตัวเอง : ไม่มีความฝัน! ทำไงดี?

หันไปมองผู้คนที่ล้อมรอบตัวเรา ทั้งซ้าย ขวา หน้า หลัง แต่ละคนต่างมีความฝันเป็นของตัวเอง แต่ละคนต่างชื่นชมคนที่มีความฝัน แต่ละคนต่างบอกตรงกันว่าให้มีความฝันสักทีสิ!  แล้วเราที่ไม่มีความฝันจะทำไงดี? เครียดก็เครียด กดดันก็กดดัน อะไรจะช่วยเราได้บ้าง!?!?

เห็นเพื่อนๆ มัธยมหลายคนกำลังตกอยู่ในภาวะแบบนี้ พวกเรา a-chieve เลยอยากจะมาช่วยคิด ช่วยแนะนำกับเพื่อนๆ ที่ยังไม่มีความฝันว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะฝ่าฟันภาวะนี้ไปได้ เพื่อนๆ จะได้มีความฝันเป็นของตัวเองให้เอาไว้เป็นทิศทางในการตัดสินใจวางแผนชีวิต

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.healthtap.com/user_questions/246459

สิ่งแรกที่เพื่อนๆ ต้อง “ทำ” คือ “ทำใจ”

เหวอ!!! วางหมัด วางเท้าลงก่อน! ไม่ได้จะมากวนกันเล่น แต่พูดจริงๆ นะ สิ่งแรกที่อยากจะแนะนำให้ต้องทำ คือ “ทำใจ” ก็เพราะว่าถ้าหากมันเครียดนักหรือถูกกดดันหนัก ก็พักผ่อนสักหน่อย ให้ใจ ให้สมองของเราได้พักผ่อนสักนิดก่อนที่จะลุยต่อ สมองหรือจิตใจที่กำลังกังวลจะไม่สามารถช่วยให้เรามองเห็นอะไรได้เลย ตรงกันข้ามกันลองดูว่าเวลาที่เราผ่อนคลาย เช่น ตอนอาบน้ำ หรือ ตอนใกล้จะเคลิ้มหลับ หัวเราดันเเล่นคิดไอเดียออกกันขึ้นมาเฉยๆ จนรีบจดแทบจะไม่ทัน ในกรณีนี้ก็เช่นกัน ลองพักผ่อนและผ่อนคลายลงดู ก็น่าจะช่วยให้ใจและกายเราพร้อมสำหรับการมองหาความฝันไปเรื่อยๆ ได้

ทีนี้เมื่อ “ทำใจ” และวางสิ่งที่หนักอึ้งอยู่ในความคิด ความรู้สึกได้แล้ว เราจะเริ่มเข้าสู่บทเรียนกัน อย่างแรกที่เพื่อนๆ ต้องเข้าใจเกี่ยวกับความฝันก็คือ การเกิดขึ้นมาของความฝัน เพราะการเข้าใจเรื่องที่มาของความฝันจะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจว่าทำไมบางคนถึงมีความฝันแล้ว แต่บางคนถึงยังไม่มี

ความฝันที่เกิดขึ้นมากับแต่ละคนนั้นเกิดจากการที่คนคนหนึ่งมีประสบการณ์ (เห็น อ่าน ฟัง คุย ลองทำ ฯลฯ) หลายๆ อย่าง จนเขาตัดสินใจเลือกได้ว่าเขาอยากจะจริงจังหรืออยากจะพัฒนาตัวเองในเรื่องอะไรหรือในด้านไหน ดังนั้นจึงทำให้ความฝันของแต่ละคนเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน เพราะบางคนอาจจะมีประสบการณ์มากพอจนสามารถตัดสินใจเลือกได้แล้ว แต่บางคนอาจจะยังมีประสบการณ์ไม่มากพอ

อธิบายง่ายๆ ก็คือ ความฝันของคนเราจะเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน บางคนมีตั้งแต่ยังเด็ก บางคนโตมาแล้วก็ยังไม่มี ก็เป็นเพราะต้นทุนประสบการณ์ของคนเรานั้นไม่เท่ากันนั่นเอง ดังนั้น อย่านำช่วงอายุหรือช่วงเวลาการมีความฝันของแต่ละคนมาเปรียบเทียบกันเลย…ทำใจ เลิกเปรียบเทียบแล้วมามองที่ตัวเราดีกว่า

รูปพัฒนาการของความฝัน
รูปพัฒนาการของความฝัน

สิ่งที่สองที่เพื่อนๆ ต้อง “ทำ” คือ “ทำให้มากขึ้น”

จะเห็นได้ว่าจากตัวอย่างของใครหลายคนที่มีความฝันของตัวเองแล้วจะบอกว่าความฝันของตนนั้นเริ่มมาจาก ประสบการณ์ในอดีตของเขาบางอย่าง เช่น การได้ไปหาหมอใจดี, การได้ดูสารคดีท่องโลกกว้าง, การได้ไปที่ทำงานของพ่อ, การได้ไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติบ่อยๆ, การพบเจอ idol ฯลฯ ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าความฝันนั้นก็มีพัฒนาการของมันเหมือนกัน ซึ่งหัวเชื้อสำหรับจุดความฝันของแต่ละคนให้ลุกโชนขึ้นมา ก็คือ ประสบการณ์ต่างๆ ดังนั้นถ้าเราขยับตัวออกมามีประสบการณ์ให้มากหลากหลายขึ้น เราก็จะยิ่งมีหัวเชื้อสำหรับจุดติดความฝันได้มากขึ้นเท่านั้น 

โดยอุปสรรคสำคัญสำหรับการมีประสบการณ์ให้มากขึ้นนี้ เราเรียกมันว่า Comfort zone หรือมีชื่อภาษาไทยว่า พื้นที่ปลอดภัย เป็นอาการที่เราชอบทำแต่สิ่งเดิมๆ ทำแต่สิ่งง่ายๆ (อาจะเป็นเพราะความขี้เกียจ ความกลัว ความไม่กล้า การผลัดวันประกันพรุ่ง ฯลฯ) ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำให้ได้ก็คือ การเอาชนะตัวเอง แล้วก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองให้ได้ ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆ สามารถเอาชนะตัวเองจนออกจากพื้นที่ปลอดภัยได้ และลองทำกิจกรรมต่างๆ ลองมีประสบการณ์ให้เยอะๆ แล้ว เพื่อนๆ จะพบว่า เราจะมีประสบการณ์บางอย่างที่เราอยากจะจริงจัง อยากจะทำอีก อยากจะพัฒนาตัวเองอีกเรื่อยๆ นี่แหละ! คือการจุดติดของหัวเชื้อความฝัน กลายเป็นกองไฟกองเล็กที่เราเรียกว่า “passion” หรือ “ความหลงไหล”

“passion” หรือ “ความหลงไหล” นี้แหละ จะคอยชวนให้เราทำ ทำ ทำ ทำซ้ำ ทำซ้ำ ทำอีก ทำอีก … ไปเรื่อยๆ จนเมื่อเรารู้ตัวอีกทีเจ้ากองไฟก้อนเล็กนี้ก็กลายเป็น “ไฟฝัน” ที่ลุกโชนอยู่ในหัวใจของเราตลอดเวลาแล้ว

สุดท้ายของบทความนี้ อยากจะฝากเพื่อนๆ ไว้ว่า การค้นหาความฝันไม่มีจำกัดเวลา เจอก่อน เจอหลังไม่ได้มีข้อได้เปรียบ เสียเปรียบอะไร ดังนั้นอย่ากดดันตัวเอง อย่าเอาเวลาเป็น deadline และอย่าเอาใจไปติดอยู่กับคำว่า “ต้องหาให้เจอ” แต่อยากให้เพื่อนๆ สนุกกับการทำสิ่งต่างๆ มีประสบการณ์ใหม่ๆ ลองทำสิ่งที่หลากหลาย จะดีกว่า แล้วความฝันที่มองหาอยู่จะค่อยๆ มาเปิดเผยตัวอยู่ตรงหน้าของเพื่อนๆ เอง!

ทีมงานหวังว่าเพื่อนๆ จะนำเทคนิคนี้ไปครุ่นคิด และทดลองดูด้วยตนเอง เพื่อค้นหาความฝันให้เจอ แล้วพัฒนาตัวเองไปสู่ศักยภาพที่มีอยู่ในตัวพวกเราแต่ละคนให้ได้นะ

แล้วพบกันใหม่ในบทความต่อไป

ทีมงาน a-chieve